ข้อมูลจากหนังสือพิมพ์ คม ชัด ลึก ภาพประกอบทางอินเทอร์เน็ต จริงหรือต้องขยันเป็น จึงจะประสบความสำเร็จ?
นักเรียน นักศึกษาบางคน ขยันเรียน ขยันศึกษาอย่างที่สุด อ่านหนังสือ ดูหนังสือ ทำการบ้าน ทุกขณะเวลา แม้แต่เวลารับประทานอาหาร แต่เมื่อเวลาทดสอบจริงมาถึง คือ เวลาสอบ กลับทำข้อสอบได้ไม่ดีเท่าที่ควร หรืออาจทำข้อสอบแทบไม่ได้เลย…
ในขณะที่นักเรียน นักศึกษาบางคน ดูๆ ก็ไม่ขยันเรียน ขยันศึกษา อย่างทุ่มเทนัก กิจกรรมของสถาบันก็ทำ กีฬาก็เล่น ดูหนังฟังเพลงเป็นประจำ แต่เมื่อถึงเวลาทดสอบ กลับทำข้อสอบได้ดี ขณะที่คนทำงานบางคน ตั้งอกตั้งใจทำงานอย่างขยันขันแข็งเต็มที่ ดูยุ่งกับงานตลอดเวลา แต่…กลับไม่มีผลงานอย่างเป็นชิ้นเป็นอัน ปัญหาของคนขยัน…แต่ไม่ประสบความสำเร็จเหล่านี้ คืออะไร ?
คำตอบหนึ่ง คือ ขยันไม่เป็น ! แล้วจะแก้ปัญหาของการขยันไม่เป็น ได้อย่างไร ?
หัวใจสำคัญที่สุด คือ ต้องค้นหาสาเหตุของความล้มเหลว ทั้งๆ ที่ขยันมากๆ ให้ได้ สาเหตุหนึ่งที่เกิดขึ้นบ่อย คือ ความไม่ยอมแพ้ ความดันทุรัง ซึ่งเกิดกับคนที่มีความมุ่งมั่นในงานที่ต้องทำมาก และถ้าทำงานยังไม่สำเร็จ
เช่น นักเรียน นักศึกษา แก้โจทย์ปัญหายากๆ ยังไม่ได้ ก็ไม่ยอมแพ้ ไม่ยอมหยุดพัก ดึกดื่นเที่ยงคืน หรือจนทะลุสว่าง ถ้ายังทำงานไม่สำเร็จ ก็ไม่ยอมพัก ผลที่เกิดขึ้นจะเป็นความล้าความอ่อนเพลียที่เกิดกับสมองและร่างกาย
วิธีแก้ คือ ต้องรู้จักพัก ต้องรู้ขีดจำกัดของการใช้ร่างกายและสมอง
ทางออกที่ดี คือ เมื่อทำงาน เช่น แก้โจทย์ยากๆ ไม่สำเร็จมาเป็นเวลายาวนาน ก็ควรจะหยุดพักบ้าง หันไปทำอย่างอื่น หรือพักผ่อน แล้วจึงค่อยกลับมาสู้กับปัญหาใหม่
สำหรับคนที่ทำงานอย่างขยันขันแข็งตลอดเวลา แต่ไม่มีผลงานบ่อยๆ สาเหตุคือ ไม่รู้จักการแยกแยะความสำคัญและความจำเป็นเร่งด่วนของงาน และการจัดการเวลา ความขยันเป็นปัจจัยจำเป็นจริงๆ สำหรับความสำเร็จของงานและชีวิต แต่ความสำเร็จจะเกิดขึ้นได้ต้องขยันเป็น !
---------------------------------------------------------------------------------
อ่านแล้ว พอจะสรุปได้ว่า
"ขยันเป็น + สร้างโอกาสให้ตัวเองเป็น = ความก้าวหน้า และความสำเร็จในชีวิต
" แต่ถ้าเพื่อนๆ มีสูตรสำเร็จอื่นใด แนะนำกันบ้างนะคะ... 555+
วันจันทร์ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2552
วันอาทิตย์ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2552
การบินไทย
ก่อตั้ง
พ.ศ. 2503
ท่าอากาศยานหลัก
ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิท่าอากาศยานดอนเมือง[สิ้นสุดการให้บริการวันที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2552]
ท่าอากาศยานรอง
ท่าอากาศยานนานาชาติเชียงใหม่ท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต
รายการสะสมแต้ม
รอยัลออร์คิดพลัส
ห้องรับรอง
Royal First LoungeRoyal Silk LoungeRoyal Orchid LoungeRoyal Orchid SPA
พันธมิตรสายการบิน
สตาร์อัลไลแอนซ์
ขนาดฝูงบิน
88 (กำลังสั่งซื้อ 12 รายการ)
จุดหมายปลายทาง
71 (59/12) (ต่างประเทศ/ในประเทศ)
บริษัทแม่
กระทรวงคมนาคม[1]
สำนักงานใหญ่
กรุงเทพ ประเทศไทย
บุคคลหลัก
นายอำพน กิตติอำพล (ประธานกรรมการบริษัท)พล.อ.อ.ณรงค์ศักดิ์ สังขพงศ์ (รักษาการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่)
บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) (อังกฤษ: Thai Airways International) เป็นสายการบินทั้งภายในและ ระหว่างประเทศ และมีสภาพเป็นกิจการการบินแห่งชาติของประเทศไทย ในปัจจุบัน เริ่มบินเที่ยวแรกวันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2503 การบินไทยเป็นหนึ่งในสมาชิกก่อตั้งของเครือข่ายพันธมิตรสายการบินสตาร์อัลไลแอนซ์ ในประเทศไทยมีฉายาเรียกว่า เจ้าจำปี ซึ่งมีที่มาจากสัญลักษณ์ของการบินไทย การบินไทยได้ระดับความปลอดภัย "A" ซึ่งเป็นระดับที่ปลอดภัยที่สุด วัดจากสถิติสะสมตั้งแต่ พ.ศ. 2513 โดย Air Rankings Online
บริษัทวิจัยในธุรกิจการบินของโลก "สกายแทรกซ์ รีเสิร์ช" เผยผลสำรวจเพื่อจัดอันดับสายการบินแห่งปี 2550 ให้การบินไทยได้รับเลือกให้เป็นสายการบินอับดับ 2 ของโลก ขณะที่ในส่วนของเลานจ์สำหรับผู้โดยสารชั้นหนึ่งของการบินไทย ที่สนามบินสุวรรณภูมินั้น ได้รับการโหวตให้เป็นเลานจ์สำหรับผู้โดยสารชั้นหนึ่งที่ดีที่สุด [2]
วันเสาร์ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2552
Channel Tunnel
แชลแนลเทิลแนว : Channel Tunnel <ติดต่อคมนาคมระหว่างอังกฤษกับฝรั่งเศส> 
เป็นอุโมงค์ที่ให้ลอดใต้ ช่องแคบอังกฤษ Channel Tunnel เป็นอุโมงค์ลอดใต้ทะเลที่ยาวที่สุดในโลก คือมีความยาวถึง 49.94 กิโลเมตร อุโมงค์นี้มีทั้งทางวิ่งของรถไฟและรถยนต์ ทำให้การติดต่อคมนาคมระหว่างอังกฤษกับฝรั่งเศส เป็นไปอย่างสะดวกมาก รถไฟที่ใช้วิ่งในอุโมค์นี้ก็เป็นรถไฟด่วนแบบเดียวกับรถไฟด่วน TGV (รถไฟที่เร็วที่สุดในโลกของฝรั่งเศส) มีชื่อว่า ยูโรสตาร์ วิ่งที่ความเร็วเกือบ 280 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เมื่ออยู่บนแผ่นดินฝรั่งเศสแต่เมื่อช่วงลอดอุโมงค์และวิ่ง ในอังกฤษจะลดความเร็วลงไปอีกมากด้วยเหตุผลทางด้านกฎเกณฑ์ของอังกฤษ
เป็นอุโมงค์ที่ให้ลอดใต้ ช่องแคบอังกฤษ Channel Tunnel เป็นอุโมงค์ลอดใต้ทะเลที่ยาวที่สุดในโลก คือมีความยาวถึง 49.94 กิโลเมตร อุโมงค์นี้มีทั้งทางวิ่งของรถไฟและรถยนต์ ทำให้การติดต่อคมนาคมระหว่างอังกฤษกับฝรั่งเศส เป็นไปอย่างสะดวกมาก รถไฟที่ใช้วิ่งในอุโมค์นี้ก็เป็นรถไฟด่วนแบบเดียวกับรถไฟด่วน TGV (รถไฟที่เร็วที่สุดในโลกของฝรั่งเศส) มีชื่อว่า ยูโรสตาร์ วิ่งที่ความเร็วเกือบ 280 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เมื่ออยู่บนแผ่นดินฝรั่งเศสแต่เมื่อช่วงลอดอุโมงค์และวิ่ง ในอังกฤษจะลดความเร็วลงไปอีกมากด้วยเหตุผลทางด้านกฎเกณฑ์ของอังกฤษ
วันศุกร์ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2552
กำเนิดของเมาส์
เมาส์ถูกประดิษฐ์ขึ้นในปี 1963 โดยดักลัส เองเกลบาท (Douglas Engelbart) ที่สถาบันวิจัยสแตนฟอร์ด (Stanford Research Institute) หลังจากการทดสอบการใช้งานอย่างละเอียด (เมาส์เคยมีอีกชื่อนึงว่า “บัก” (bug) แต่ภายหลังได้รับความนิยมน้อยกว่าคำว่า “เมาส์”) มันเป็นหนึ่งในการทดลองอุปกรณ์ชี้ (Pointing Device) สำหรับ Engelbart's oN-Line System (NLS) ส่วนอุปกรณ์ชี้อื่นออกแบบมาเพื่อการเคลื่อนไหวในร่างกายส่วนอื่น ๆ เช่น อุปกรณ์ที่ใช้ติดกับคางหรือจมูก แต่ท้ายที่สุดแล้วเมาส์ก็ได้รับการคัดเลือกเพราะง่ายต่อการใช้งาน
เมาส์ตัวแรกนั้นเทอะทะ และใช้เฟือง 2 ตัววางในลักษณะตั้งฉากกัน การหมุนของแต่ละเฟืองจะถูกแปลไปเป็นการเคลื่อนที่บนแกนในปริภูมิ 2 มิติ เองเกลบาทได้รับสิทธิบัตรเลขที่ US3541541 ในวันที่ 17 พฤศจิกายน 1970 ชื่อ "X-Y Position Indicator For A Display System" (ตัวระบุตำแหน่ง X-Y สำหรับระบบแสดงผล) ในตอนนั้น เองเกลบาทตั้งใจจะพัฒนาจนสามารถใช้เมาส์ได้ด้วยมือเดียว
เมาส์แบบต่อมาถูกประดิษฐ์ในช่วงต้นทศวรรษที่ 1970 โดย บิล อิงลิช (Bill English) ที่ศูนย์วิจัยของบริษัท ซีรอกส์ (Xerox PARC) โดยแทนที่ล้อหมุนด้วยลูกบอลซึ่งสามารถหมุนไปได้ทุกทิศทาง การเคลื่อนไหวของลูกบอลจะถูกตรวจจับโดยล้อเล็ก ๆ ภายในอีกทีหนึ่ง เมาส์ชนิดนี้คล้าย ๆ กับแทร็กบอล และนิยมใช้กับคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลตลอดทศวรรษที่ 1980 และ 1990 ทำให้การใช้เมาส์และคีย์บอร์ดในเวลาเดียวกันสามารถเป็นจริงได้
เมาส์ในปัจจุบันได้รับรูปแบบมาจาก École polytechnique fédérale de Lausanne (EPFL) ภายใต้แรงบันดาลใจของ ศาสตราจารย์ Jean-Daniel Nicoud ร่วมกับวิศวกรและช่างนาฬิกาชื่อ André Guignard ซึ่งการดำเนินงานครั้งนี้ทำให้เกิดบริษัท โลจิเทค (Logitech) ผลิตเมาส์ที่ได้รับความนิยมสูงเป็นยี่ห้อแรก
วันพุธที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2552
จัดการกับความเครียด
1.คิดเชิงบวก และมีอารมณ์ขัน ฝึกตัวเองให้คิดและมองโลกในแง่ดี เชื่อว่าปัญหาทุกอย่างมีทางแก้ไข เปิดใจให้กว้างยอมรับความคิดเห็นของคนอื่น ยอมรับว่าคนเราย่อมผิดพลาดได้และความผิดพลาดคือประสบการณ์ที่ดีที่ทำให้เราได้เรียนรู้และพัฒนาตัวเอง มองแต่ข้อดีของเขาและฝึกการให้อภัย จะทำให้เราสบายใจ
2. ขอคำปรึกษา พูดคุยระบายกับคนที่เราไว้วางใจเช่น แฟน เพื่อน พ่อแม่ เจ้านายหรือโทร ปรึกษาสายด่วนสุขภาพ 1667,1323 ของกรมสุขภาพจิต
3.ออกกำลังกาย นี่เป็นวิธีคลายเครียดที่ได้ผลดีและเป็นที่นิยมเพราะการออกกำลังกายทำให้ ร่างกายหลั่งสารแห่งความสุขและกล้ามเนื้อผ่อนคลาย การออกกำลังกายต้องเลือกให้เหมาะกับตัวเองเช่น เดิน วิ่ง เต้นแอโรบิค โยคะ รำกระบอง เล่นฟุตบอลฯ เป็นต้น
4. ทำกิจกรรมที่ชอบ เช่นฟังเพลง อ่านหนังสือ /หนังสือธรรมมะ สปานวดตัว อาบน้ำอุ่นๆ ท่องเที่ยว ปลูกต้นไม้ หรือทำกิจกรรมที่เราชอบอะไรก็ได้ที่ทำแล้วรู้สึกผ่อนคลายหากว่าทดลองทำมาหลายวิธีแล้วยังไม่หายเครียด หรือเครียดเพิ่มขึ้นให้รีบมาพบแพทย์หรือผู้เชียวชาญเฉพาะด้านอย่าง เช่น โรงพยาบาลจิตเวชนครสวรรค์ราชนครินทร์ คลีนิกคลายเครียด เป็นต้น
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
