วันเสาร์ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2553

หนังสือน่าเบื่อ ไม่น่าสนใจ อ่านยังไงดี?




- อ่านแบบสำรวจ
ลองอ่านแบบผ่านๆไปเลยค่ะ หรือข้ามๆไปบ้างก็ได้ คือยังไงก็ขอให้ดูผ่านตาไว้ โดยเฉพาะประเด็นสำคัญ ถ้ามีตัวอย่างหลายตัวอย่าง ก็เลือกดูสัก 2-3 ตัวอย่างก็พอค่ะ

- อ่านย้อนหลัง
ตำราจิตวิทยาและสังคมศาสตร์ เค้าว่ากันว่ามักจะเก็บสาระสำคัญไว้ตอนท้ายๆ ดังนั้นเราก็แอบมีทางลัด ลองอ่านจากตอนท้ายดูบ้างก็ได้ค่ะ อิอิ

- พักบ่อยๆ
เห็นว่าให้พักบ่อยๆ ไม่ใช่เอะอ่ะ ก็พักนะคะ เราต้องวางแผนก่อนว่า จะทนอ่านนานสักเท่าไหร่ 20-30 นาที หรือจะมากกว่านั้น แล้วดูว่าจะทำอะไรตอนพัก เพราะกิจกรรมที่เราจะทำตอนพัก จะช่วยให้เรากระตือรือล้นขึ้นมาได้อีกครั้งค่ะ

อ่านต่อ : http://www.dek-d.com/content/education/22989/หนังสือน่าเบื่อ-ไม่น่าสนใจ-อ่านยังไงดี.php#ixzz17A6hf8xJ

วันพฤหัสบดีที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2553

4 ของสำคัญที่เด็กไทยมัก "ลืม" นำไปเมืองนอก

ยาสามัญประจำบ้าน
ในที่นี้หมายถึงพวกยาพารา ยาแก้แพ้ ยาหม่อง ยาดม ยาอม ยาแก้ท้องเสีย บลาๆๆ อันนี้ "ต้องพกมา" ค่ะ เพราะที่เมืองนอกนั้น ต้องมีใบรับรองแพทย์เท่านั้น ถึงจะไปซื้อได้ ไม่งั้นยังไง๊ยังไงคุณเภสัชกรก็ไม่ยอมขายค่ะ เรียกหาแต่ prescription เท่านั้น แล้วเวลาใส่กระเป๋าไป ให้เอาไปทั้งขวดหรือทั้งแผงนะคะ บางคนตักแบ่งใส่ขวดหรือตลับยาไป ปรากฏพอโดนเจ้าหน้าที่ที่สนามบินเรียกตรวจ ไม่มีฉลากยาระบุว่าเป็นยาอะไร อาจจะเป็นเรื่องยาวก็ได้ใครจะไปรู้



ตัวแปลงไฟฟ้า

อย่าลืมว่า ในต่างประเทศใช้ไฟไม่เหมือนบ้านเรา บางประเทศใช้ 220 โวลต์เหมือนกันแต่หัวปลั๊กไม่เหมือนกัน ก็ใช้เสียบไม่ได้อีก ดังนั้นสิ่งที่น้องๆ ต้องมีคือ adapter หรือตัวแปลงไฟค่ะ สามารถหาซื้อได้ตามห้างหรือร้านขายอุปกรณ์ไฟฟ้าทั่วไป ขอแนะนำให้ซื้อแบบ international adapter เลยนะคะ ตัวเดียวใช้ได้ทั่วโลก ราคาก็มีตั้งแต่ร้อยกว่าบาทไปจนถึง 5-6 ร้อยเลยค่ะ



คอนแทคเลนส์
หลายคนคิดว่า โอ๊ย คอนแทคเลนส์อันเล็กนิดเดียว ค่อยไปซื้อเอาที่เมืองนอกก็ได้ แต่ขอแนะนำว่าให้เอาไปจากเมืองไทยดีกว่าค่ะ เพราะที่เมืองนอกนั้นราคาค่อนข้างสูง แถมการจะไปซื้อคอนแทคเลนส์นั้น ไม่ใช่เดินสุ่มสี่สุ่มห้าเข้าไปซื้อได้นะคะ ต้องมีใบรับรองจากจักษุแพทย์ด้วย ดังนั้นเตรียมมาจากไทยดีที่สุดค่ะ เพราะราคาถูกแสนถูก ส่วนน้ำยาล้างคอนแทคเลนส์นั้น ไม่ต้องพกไปนะคะ หนักกระเป๋าเปล่าๆ ไปซื้อเอาที่นั่นเลยดีกว่าค่ะ


ที่ชาร์ทแบต

เป็นของยอดฮิตที่น้องๆ ชอบลืมกันบ่อยมากกกก โดยเฉพาะที่ชาร์ทแบตของโทรศัพท์มือถือและกล้องถ่ายรูป บางคนนี่ลงทุนซื้อกล้องใหม่ไฮโซเป็นหมื่น แต่ดั๊นนนลืมเอาที่ชาร์ทแบตกล้องไปซะอย่างนั้น - -" ดังนั้นขอแนะนำว่า พยายามเลือกซื้อกล้องรุ่นที่ใช้ถ่านเป็นแบตได้นะคะ เพราะถึงลืมเอาที่ชาร์ทไป ก็ค่อยหาซื้อถ่านเอามาเปลี่ยนได้ จะได้ไม่วุ่นวายด้วยเนาะ ^^

สิ่งที่ผู้หญิงต้องเรียนรู้เกี่ยวกับผู้ชาย

ผู้หญิงฉลาดรักย่อมรู้จักผู้ชายในหลายแง่มุม

1. รู้ว่า ต้องใช้ชีวิตคุ้มค่า
เมื่อมีคนรักจงปรับเปลี่ยนเฉพาะในส่วนที่ทำให้ชีวิตคู่ราบรื่น หากคุณเปลี่ยนแปลงไปทุกอย่าง
กลายเป็นผู้หญิงอีกคนหนึ่ง ซึ่งเขาไม่คุ้นเคย เขาก็จะค่อย ๆ หมดความสนใจในตัวคุณ
ถ้าคุณมองไม่เห็น คุณค่าของตัวเอง แล้วใครจะมองเห็นคุณค่าของคุณ

2. รู้ว่า เซ็กส์ไม่ใช่เรื่องง่าย
ไม่ว่าคุณจะ หลงเสน่ห์เขาแค่ไหน ไม่ว่าความสัมพันธ์จะดำเนินต่อไปอย่างไร อย่าลืมว่า
คน แปลกหน้าก็ยังเป็นคนแปลกหน้าอยู่ดี ถึงประวัติส่วนตัวเขาจะดี แต่ที่แน่ ๆ คุณไม่มีโอกาสรู้ว่า
เขามีโรคติดต่อทางเพศหรือเปล่า ไม่จำเป็นที่คุณต้องมีอะไรกับเขาถ้าคุณยังไม่พร้อมใน ทุกด้าน
เรารู้จัก รักผู้ชายได้โดยไม่ต้องมีเซ็กส์ด้วย

3. รู้ว่า..ผู้ชายแสนดีไม่จำเป็นต้องหล่อ
ถ้า เขาคนนั้นทำให้คุณมีความสุขอบอุ่น หัวเราะได้ มีความชอบอะไรเหมือนกันหลายอย่าง
แถมเขายังฉลาด แต่ไม่หล่อเลย คุณสาว ๆ ลองไปเดินสังเกตตามซูเปอร์มาเก็ตดูคะ
ผู้ชายที่มาซื้อของกับครอบครัวหรือ เล่นอยู่กับลูก ๆ ตามชายหาด แฟมิลี่แมนเหล่านี้หน้าตา
อาจจะไม่เหมือนนาย แบบในนิตยสารเลย แต่เขานี่แหละที่ เหมาะจะเป็นพ่อของลูกคุณ

4. รู้ว่า.ความเป็นเพื่อนยาวนานกว่าความรัก
หากคุณและเขามีปัญหา ทะเลาะกันบ่อย ๆ ในยามเป็นคนรักกัน ลองคุยกันแล้วเปลี่ยนความสัมพันธ์
ให้ เป็นรักแบบเพื่อนเสียก่อน เรียนรู้ที่จะคบและศึกษานิสัยใจคอกันไปนานๆ แล้วค่อยพัฒนา
ความสัมพันธ์นั้นไปสู่การเป็นคนรักกัน คู่รักคือมิตรภาพที่ยาวนาน

5. รู้ว่าความรักมีปริมาณ 50-50
สิ่งที่คู่รัก ต้องการคือความรักที่พบกันครึ่งทาง มีการให้และรักอย่างสมดุล ต่างฝ่ายต่างเอาใจใส่
ห่วงใยกันช่วยเหลือกัน มอบความรักให้อีกฝ่ายเท่าเทียมกัน ไม่มากเกินไป หรือน้อยเกินไป

6. รู้ว่าทุกคนมีพื้นที่ส่วนตัว
ในเรื่องความ เป็นส่วนตัว ไม่มีใครบอกได้ชัดเจนว่า แค่ไหนและอย่างไร ควรเปิดเผยเรื่องส่วนตัว
ต่อกันได้มากน้อยแค่ไหน แต่ละคนมาจากพื้นฐานไม่เหมือนกัน ในพื้นที่ส่วนตัวนั้น
ควรตกลงกันก่อน ที่จะสร้างความสัมพันธ์กับใคร ควรพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในเรื่องนี้อยู่เสมอ
ในความเป็นจริง ของของเขาคือของเขา ไม่ใช่ของคุณ และของของคุณคือของคุณ ไม่ใช่ของเขา

7. รู้ว่า เราไม่มีวันเปลี่ยนแปลงผู้ชายได้
เหตุผลก็คือ เราไม่สามารถและไม่สมควร ที่จะพยายามเปลี่ยนสิ่งที่เขาชอบหรือไม่ชอบ
ไม่ มีใครเปลี่ยนใครได้นอกจากตัวของเขาเอง เก็บพลังใจกายและเวลาอันมีค่าที่จะสูญเสียไป
ไว้ให้กับคนที่ต้องการความ สัมพันธ์ดี ๆ กับเราดีกว่า หรือทำอะไรก็ได้ร้อยแปดประการที่ทำให้ชีวิตคุณดีขึ้น
หากเขาแสดงการไม่ ให้เกียรติคุณ เขาก็ไม่สมควรที่จะได้รับความรักห่วงใยจากคุณ
ถ้าปล่อย ให้เขาทำตัวแย่กับเราเขาก็จะแย่ลงเรื่อย ๆ

8. รู้ว่า.ความใกล้ชิดร้องขอกันไม่ได้
อยู่ที่ ความต้องการและความรับผิดชอบ และความรู้สึกที่สองฝ่ายมีให้กัน หากคุณต้องการความไว้ใจ
คุณต้องให้เขาก่อน และหากคุณต้องการความใกล้ชิด คุณต้องลองเป็นฝ่ายมีเวลาให้เขาก่อน

9. รู้ว่า.งานบ้านไม่ใช่เฉพาะของผู้หญิงฝ่ายเดียว
ความ สัมพันธ์จะยืดยาวต้องอาศัยคนสองคนมีบทบาทร่วมกัน ปัจจุบันผู้หญิงไม่ได้ถูกจำกัดให้ทำงานอยู่แต่ในบ้าน
ต้องรู้วิธีแบ่งงาน ในบ้าน ให้ร่วมกันทำได้ทั้งสองฝ่าย โดยที่ไม่เสียความรู้สึก และผู้ชายที่ทำงานบ้านเป็น
เป็นผู้ชายที่เซ็กซี่ที่สุด

10. รู้ว่าเป็นคนรักต่างกับคนรับใช้
จริงๆแล้ว ผู้ชายที่มีความรับผิดชอบดี เขาจะไม่ชอบผู้หญิงที่อ่อนแอและเป็นเบี้ยล่างให้เขาต ลอดเวลา
หรือเกรงใจ ผู้อื่นจนปฏิเสธใครไม่เป็น เราต้องรู้จักปฏิเสธและโต้กลับบ้าง การปฏิเสธข้อเรียกร้องของคนอื่นบ้าง
ไม่ใช่เรื่องหยาบคาย

11. รู้ว่าการแต่งงานไม่ใช่กระดาษแผ่นเดียว
ใบทะเบียนสมรสไม่ใช่ สิ่งที่จะรับรองว่า ชีวิตคู่ของคุณจะอยู่กันตลอดรอดฝั่ง แต่การแต่งงานนั้นเป็นงานจริง ๆ
งานที่ต้องช่วยกันคิด ช่วยกันแก้ ต้องทำความตกลงกันในหลายเรื่อง อาศัยการประนีประนอม
และหมายถึงการใช้ ชีวิตซ้ำๆ ในแต่ละวันกับมนุษย์คนเดิม ซึ่งเขาอาจจะไม่จำเป็นต้องได้ดั่งใจคุณทุกอย่าง
ไม่จำเป็นต้องรู้สึกหรือ มีความคิดเห็นเหมือนคุณทุกเรื่อง และชีวิตคู่ไม่ต้องโรแมนคิกตลอดเวลา
ก็ สามารถมีความหมายลึกซึ้งและเป็นรักที่แท้และฉลาดได้

12. รู้ว่า.ไม่ควรประจานข้อบกพร่องของตัวเองให้เขาฟัง

13. รู้ว่า ต้องไม่เป็นหนังสือที่อ่านง่ายสำหรับเขา

14. รู้ว่า ผู้ชายไม่ใช่ซูเปอร์แมน เขาเองก็อ่อนแอและท้อแท้เป็น

15. รู้ว่า อย่าเรียกร้องความเท่าเทียมจากผู้ชาย ถ้าเรายังดูแลตัวเองไม่ได้

วันอังคารที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

10 วิธีพูดภาษาเด็ด

แชทเป็นภาษาอังกฤษ
น้องๆ อาจจะลองหาเพื่อนใหม่ทางอินเตอร์เน็ตแล้วแชทเป็นภาษาอังกฤษ นอกจากจะได้เพื่อนชาวต่างชาติเพิ่มแล้วก็ยังได้ฝึกใช้ภาษาด้วย ว่ากันว่าภาษาเนี่ยถึงเรียนมาแล้วไม่ได้ใช้ก็ไม่มีประโยชน์ ดังนั้นยิ่งได้ใช้บ่อยๆก็จะทำให้เราเก่งขึ้นชัวร์ค่ะ จะพิมพ์แชท หรือคุยกันทาง Skypeก็ยิ่งดีเลย แต่ยังไงก็ระวังเรื่องการคบเพื่อนทางอินเตอร์เน็ตด้วยนะคะ (ระวังเรื่องอะไรคงรู้เนาะ ^^)

ดูซีรีส์ต่างประเทศ
เป็นอีกวิธีฝึกภาษายอดฮิตที่นอกจากจะได้ฝึกการฟังแล้ว ยังทำให้เราเพลิดเพลินด้วย เคยเห็นน้องๆ บางคนเอาเทปกาวไปแปะบนทีวีเพื่อปิดซับไตเติ้ลก็เป็นไอเดียที่ดีไม่น้อยนะคะ เพราะเราจะได้ฝึกฟังสำเนียงที่แท้จริง นอกจากนี้เราจะได้เรียนรู้ศัพท์ใหม่ๆ ที่เป็นภาษาไว้พูด เช่น ศัพท์แสลงต่างๆ หรือศัพท์วัยรุ่นด้วยค่ะ

แปลทุกอย่างที่ขวางหน้า
มีน้องที่รู้จักคนหนึ่งเค้าใช้วิธีนี้ในการฝึกภาษาค่ะ เช่น เวลาที่เค้าต้องการสมัครสมาชิกเว็บไซต์ใดเว็บไซต์หนึ่ง เค้าก็จะอ่านรายละเอียดแบบไม่มีการข้ามเลยไม่ว่าจะเป็นเงื่อนไข และข้อตกลงในการสมัครซึ่งค่อนข้างยาว (และเราก็มักจะกดผ่านกันไป) แต่น้องคนนี้เค้าตั้งใจว่า ถ้าเค้ายังอ่านไม่ละเอียดก็จะไม่กดผ่านไปหน้าต่อไปเด็ดขาด เพราะถือเป็นการบังคับตัวเองให้ฝึกการอ่าน เผื่อเจอศัพท์คำไหนที่ไม่รู้ก็จะได้เปิดดิกหาความหมายได้ค่ะ

Social Network
ถือเป็นเรื่องใกล้ตัววัยรุ่นอย่างเราๆ มากโดยเฉพาะ Facebook และ Twitter ยิ่งอย่างหลังที่มีคนดังระดับโลกมาใช้กันเยอะมากๆ ดังนั้นก็ลองไป Follow เค้าดูนะคะ แล้วเวลาที่เค้า Tweet อะไรมา ก็ลองอ่านเพลินๆ ก็สนุกเหมือนกัน อิอิ ได้รู้เรื่องคนอื่นแถมได้ภาษาด้วยค่ะ 555+

จดศัพท์ไว้ติดตัว
น้องๆ อาจจะเคยเห็นสมุดจดศัพท์เล่มเล็กๆ น่ารักๆ นั่น แหละค่ะ ซื้อมาจดศัพท์ใส่ลงไปเลย ค่อยๆ จดเพิ่มวันละ 5 คำ จดไปท่องไปเรื่อยๆ เวลาอยู่บนรถแล้วรถติด หรือเวลาเข้าห้องน้ำจะถ่ายเบาถ่ายหนัก ก็สามารถหยิบมาท่องฆ่าเวลาได้ ช่วยทำให้เราไม่เหงาด้วยล่ะค่ะ (จริงๆ นะ)

วันอาทิตย์ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

25 ข้อที่คุณรู้แร้วจะต้องอึ้ง !!

เครดิต somoo cartoon otaku»S.✖.C« °•★•オタク ★•° เราขอขอบคุณ

25 ข้อ ที่คุณรู้แล้วต้องอึ้ง!!
คูณลองดูกันซิว่า..เรื่องพวกนี้ คุณรู้รึยัง!!!

1. กล้ามเนื้อที่แข็งแรงที่สุดในร่างกายคนเราคือ ลิ้น ก็ เอาไว้ฟาดฟันตอนประกบ
ปากกันไง

2.ผู้หญิงกระพริบตาบ่อยกว่าผู้ชายถึงสองเท่า และ มากกว่าถึงสามสิบครั้ง
เมื่อพวกเธออยู่สระว่ายน้ำ

3.ชื่อโหลที่สุดหาใช่ ?จอห์น? หรือ ?ฃาร่าห์? ไม่ แต่เป็น ?โมฮัมเหม็ด? ต่างหาก

4.คนเราไม่สามารถที่จะเลียข้อศอกของตัวเองได้

5.แมลงสาบหัวขาด สามารถมีชีวิตอยู่ต่อไปได่ถึง 9 วัน ก่อนที่มันจะอดอาหาร จนตาย

6.เวลาปลาหมึกยักษ์ หิวจัดเอามาก ๆ มันจะกินหนวดของมันเอง และ รู้มั้ยว่า
มันยังเป็นสัตว์ที่มีลูกตา ใหญ่ที่สุดในโลก

7.แมงมุมแม่หม้ายดำฃึ่งกลืนกินคู่ขาหลังจากการสมสู่ ยังสามารถหม่ำแมงมุม
ตัวผู้ได้ถึงวันละ 25 ตัวอีกด้วยร้ายกาจมากกกกก!

7.เตียงนอนในบ้านโดยทั่วไปแล้ว จะมีตัวเล็นและตัวไรฃ่อนอยู่ถึง 6 พันล้านตัว

9.ผึ้งจะทำกายบริหารก่อนจะบิน

10.การ์ตูนโดนัลด์ดั้กเคยถูกประกาศห้ามเผยแพร่ในฟินแลนด์ เพียงเพราะว่ามัน
ไม่สวมกางเกง ฮ่า ฮ่า

11.โดยถัวเฉลี่ย มนุษย์จะกินแมงมุมเข้าไป 8 ตัวตลอดชั่วชีวิตหนึ่ง ก็เวลา
ที่มันคลานเข้าไป ในปากตอนเราหลับปุ๋ยไง อึ๊ยยย! และรู้มั๊ยว่า คนส่วนใหญ่
นะกลัวแมงมุม มากกว่ากลัวตายฃักอีก

12.ถ้าคุณลากเส้นชอล์กผ่านฃวางทางเดินของมด มันจะไม่ยอมเดินผ่านข้ามไป

13.ในแต่ละวันผู้หญิงจะฉอเลาะมากถึง 7.000 คำต่อวัน ขณะที่ผู้ขายปริปากแค่
2.000 คำต่อวันเอง

14.คุณรู้หรือเปล่าว่า ไม่ว่าแผ่นกระดาษจะมีขนาดใหญ่แค่ไหน คุณไม่สามารถ
พับครึ่งได้ถึง 6 ทบ ไม่เชื่อลองดูฃิ

15.ครั้งหนึ่งชาวเบลเยี่ยมเคยพยายามใช้แมวเหมียวเป็นตัวส่งจดหมาย ไม่จำเป็น
ต้องบอกเลย ว่า ไม่มีทางสำเร็จผล

16.คุณรู้ไหมว่าโดยทั่วไปแล้วผู้หญิงจะกลืนกินลิพสติกลงท้องไปถึง 4 ปอนด์
ในตลอดชีวิตของเจ้าหล่อน

17.ตลอดทั้งชีวิตแล้ว คนทั่วไปจะใช้เวลาจูจุ๊บกันรวมแล้วเกือบสองอาทิตย์
เชียวนะ

18.เป็นไปไม่ได้เลยที่คุณจะ จามทั้งๆ ดวงตายังเปิด

19.เห็นชัดได้ว่า ลูกตาของคนเราคงขนาดเดิมมาตั้งแต่เกิด แต่จมูกกับหูนั้น
ไม่เคยหยุด การเจริญเติบโตเลย!

20.วอลท์ดิสนี่ย์ผู้สร้างสรรค์ตำนานการ์ตูนมิคกี่ย์เม้าส์นะ อันที่จริงแล้วเค้า
เป็นคนกลัวหนูจะตายไป[เค้าทำให้หนูดูน่ารักขึ้นงาย ^^]

21.เอาหัวโขกกับกำแพงซักหนึ่งชั่วโมง ช่วยเผาผลาญหลังงานได้ถึง150 แคลอรี่ย์

22. อัลมอลล์เป็นพืชตระกูลหนึ่งของพีช

23. โฆษณานาฬิกาทุกชิ้น .มักให้เข็มนาฬิกาหยุดอยู่ที่ 10:10 เพราะจะได้ดู
เป็นรูปใบ หน้ายิ้ม

24.ลายเสือเกิดขึ้นจากหนังของมัน ไม่ใช่จากขน

25. ร้อยละ 80 ของคนที่อ่านบทความนี้พยายามจะเลียข้อศอกตัวเอง!! [แหะๆๆ ใครบ้างหว่า ข้อสุดท้ายฮาสุดใช่อ๊าป่าว] อาจจะจริงนะเออ

อ่านกันขำๆนะเออ และเก็บไว้เป็นความรู้รอบตัวนะจ๊ะ