วันอังคารที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

10 วิธีพูดภาษาเด็ด

แชทเป็นภาษาอังกฤษ
น้องๆ อาจจะลองหาเพื่อนใหม่ทางอินเตอร์เน็ตแล้วแชทเป็นภาษาอังกฤษ นอกจากจะได้เพื่อนชาวต่างชาติเพิ่มแล้วก็ยังได้ฝึกใช้ภาษาด้วย ว่ากันว่าภาษาเนี่ยถึงเรียนมาแล้วไม่ได้ใช้ก็ไม่มีประโยชน์ ดังนั้นยิ่งได้ใช้บ่อยๆก็จะทำให้เราเก่งขึ้นชัวร์ค่ะ จะพิมพ์แชท หรือคุยกันทาง Skypeก็ยิ่งดีเลย แต่ยังไงก็ระวังเรื่องการคบเพื่อนทางอินเตอร์เน็ตด้วยนะคะ (ระวังเรื่องอะไรคงรู้เนาะ ^^)

ดูซีรีส์ต่างประเทศ
เป็นอีกวิธีฝึกภาษายอดฮิตที่นอกจากจะได้ฝึกการฟังแล้ว ยังทำให้เราเพลิดเพลินด้วย เคยเห็นน้องๆ บางคนเอาเทปกาวไปแปะบนทีวีเพื่อปิดซับไตเติ้ลก็เป็นไอเดียที่ดีไม่น้อยนะคะ เพราะเราจะได้ฝึกฟังสำเนียงที่แท้จริง นอกจากนี้เราจะได้เรียนรู้ศัพท์ใหม่ๆ ที่เป็นภาษาไว้พูด เช่น ศัพท์แสลงต่างๆ หรือศัพท์วัยรุ่นด้วยค่ะ

แปลทุกอย่างที่ขวางหน้า
มีน้องที่รู้จักคนหนึ่งเค้าใช้วิธีนี้ในการฝึกภาษาค่ะ เช่น เวลาที่เค้าต้องการสมัครสมาชิกเว็บไซต์ใดเว็บไซต์หนึ่ง เค้าก็จะอ่านรายละเอียดแบบไม่มีการข้ามเลยไม่ว่าจะเป็นเงื่อนไข และข้อตกลงในการสมัครซึ่งค่อนข้างยาว (และเราก็มักจะกดผ่านกันไป) แต่น้องคนนี้เค้าตั้งใจว่า ถ้าเค้ายังอ่านไม่ละเอียดก็จะไม่กดผ่านไปหน้าต่อไปเด็ดขาด เพราะถือเป็นการบังคับตัวเองให้ฝึกการอ่าน เผื่อเจอศัพท์คำไหนที่ไม่รู้ก็จะได้เปิดดิกหาความหมายได้ค่ะ

Social Network
ถือเป็นเรื่องใกล้ตัววัยรุ่นอย่างเราๆ มากโดยเฉพาะ Facebook และ Twitter ยิ่งอย่างหลังที่มีคนดังระดับโลกมาใช้กันเยอะมากๆ ดังนั้นก็ลองไป Follow เค้าดูนะคะ แล้วเวลาที่เค้า Tweet อะไรมา ก็ลองอ่านเพลินๆ ก็สนุกเหมือนกัน อิอิ ได้รู้เรื่องคนอื่นแถมได้ภาษาด้วยค่ะ 555+

จดศัพท์ไว้ติดตัว
น้องๆ อาจจะเคยเห็นสมุดจดศัพท์เล่มเล็กๆ น่ารักๆ นั่น แหละค่ะ ซื้อมาจดศัพท์ใส่ลงไปเลย ค่อยๆ จดเพิ่มวันละ 5 คำ จดไปท่องไปเรื่อยๆ เวลาอยู่บนรถแล้วรถติด หรือเวลาเข้าห้องน้ำจะถ่ายเบาถ่ายหนัก ก็สามารถหยิบมาท่องฆ่าเวลาได้ ช่วยทำให้เราไม่เหงาด้วยล่ะค่ะ (จริงๆ นะ)

วันอาทิตย์ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

25 ข้อที่คุณรู้แร้วจะต้องอึ้ง !!

เครดิต somoo cartoon otaku»S.✖.C« °•★•オタク ★•° เราขอขอบคุณ

25 ข้อ ที่คุณรู้แล้วต้องอึ้ง!!
คูณลองดูกันซิว่า..เรื่องพวกนี้ คุณรู้รึยัง!!!

1. กล้ามเนื้อที่แข็งแรงที่สุดในร่างกายคนเราคือ ลิ้น ก็ เอาไว้ฟาดฟันตอนประกบ
ปากกันไง

2.ผู้หญิงกระพริบตาบ่อยกว่าผู้ชายถึงสองเท่า และ มากกว่าถึงสามสิบครั้ง
เมื่อพวกเธออยู่สระว่ายน้ำ

3.ชื่อโหลที่สุดหาใช่ ?จอห์น? หรือ ?ฃาร่าห์? ไม่ แต่เป็น ?โมฮัมเหม็ด? ต่างหาก

4.คนเราไม่สามารถที่จะเลียข้อศอกของตัวเองได้

5.แมลงสาบหัวขาด สามารถมีชีวิตอยู่ต่อไปได่ถึง 9 วัน ก่อนที่มันจะอดอาหาร จนตาย

6.เวลาปลาหมึกยักษ์ หิวจัดเอามาก ๆ มันจะกินหนวดของมันเอง และ รู้มั้ยว่า
มันยังเป็นสัตว์ที่มีลูกตา ใหญ่ที่สุดในโลก

7.แมงมุมแม่หม้ายดำฃึ่งกลืนกินคู่ขาหลังจากการสมสู่ ยังสามารถหม่ำแมงมุม
ตัวผู้ได้ถึงวันละ 25 ตัวอีกด้วยร้ายกาจมากกกกก!

7.เตียงนอนในบ้านโดยทั่วไปแล้ว จะมีตัวเล็นและตัวไรฃ่อนอยู่ถึง 6 พันล้านตัว

9.ผึ้งจะทำกายบริหารก่อนจะบิน

10.การ์ตูนโดนัลด์ดั้กเคยถูกประกาศห้ามเผยแพร่ในฟินแลนด์ เพียงเพราะว่ามัน
ไม่สวมกางเกง ฮ่า ฮ่า

11.โดยถัวเฉลี่ย มนุษย์จะกินแมงมุมเข้าไป 8 ตัวตลอดชั่วชีวิตหนึ่ง ก็เวลา
ที่มันคลานเข้าไป ในปากตอนเราหลับปุ๋ยไง อึ๊ยยย! และรู้มั๊ยว่า คนส่วนใหญ่
นะกลัวแมงมุม มากกว่ากลัวตายฃักอีก

12.ถ้าคุณลากเส้นชอล์กผ่านฃวางทางเดินของมด มันจะไม่ยอมเดินผ่านข้ามไป

13.ในแต่ละวันผู้หญิงจะฉอเลาะมากถึง 7.000 คำต่อวัน ขณะที่ผู้ขายปริปากแค่
2.000 คำต่อวันเอง

14.คุณรู้หรือเปล่าว่า ไม่ว่าแผ่นกระดาษจะมีขนาดใหญ่แค่ไหน คุณไม่สามารถ
พับครึ่งได้ถึง 6 ทบ ไม่เชื่อลองดูฃิ

15.ครั้งหนึ่งชาวเบลเยี่ยมเคยพยายามใช้แมวเหมียวเป็นตัวส่งจดหมาย ไม่จำเป็น
ต้องบอกเลย ว่า ไม่มีทางสำเร็จผล

16.คุณรู้ไหมว่าโดยทั่วไปแล้วผู้หญิงจะกลืนกินลิพสติกลงท้องไปถึง 4 ปอนด์
ในตลอดชีวิตของเจ้าหล่อน

17.ตลอดทั้งชีวิตแล้ว คนทั่วไปจะใช้เวลาจูจุ๊บกันรวมแล้วเกือบสองอาทิตย์
เชียวนะ

18.เป็นไปไม่ได้เลยที่คุณจะ จามทั้งๆ ดวงตายังเปิด

19.เห็นชัดได้ว่า ลูกตาของคนเราคงขนาดเดิมมาตั้งแต่เกิด แต่จมูกกับหูนั้น
ไม่เคยหยุด การเจริญเติบโตเลย!

20.วอลท์ดิสนี่ย์ผู้สร้างสรรค์ตำนานการ์ตูนมิคกี่ย์เม้าส์นะ อันที่จริงแล้วเค้า
เป็นคนกลัวหนูจะตายไป[เค้าทำให้หนูดูน่ารักขึ้นงาย ^^]

21.เอาหัวโขกกับกำแพงซักหนึ่งชั่วโมง ช่วยเผาผลาญหลังงานได้ถึง150 แคลอรี่ย์

22. อัลมอลล์เป็นพืชตระกูลหนึ่งของพีช

23. โฆษณานาฬิกาทุกชิ้น .มักให้เข็มนาฬิกาหยุดอยู่ที่ 10:10 เพราะจะได้ดู
เป็นรูปใบ หน้ายิ้ม

24.ลายเสือเกิดขึ้นจากหนังของมัน ไม่ใช่จากขน

25. ร้อยละ 80 ของคนที่อ่านบทความนี้พยายามจะเลียข้อศอกตัวเอง!! [แหะๆๆ ใครบ้างหว่า ข้อสุดท้ายฮาสุดใช่อ๊าป่าว] อาจจะจริงนะเออ

อ่านกันขำๆนะเออ และเก็บไว้เป็นความรู้รอบตัวนะจ๊ะ

ข้าวกล่องบนรถไฟที่ญี่ปุ่น



























วันเสาร์ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

เยอรมนี - เกร็ดความรู้ที่ควรทราบ

Do
-ชาวเยอรมันรักความสะอาดและความมีระเบียบมาก การทิ้งขยะในที่สาธารณะเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมาย และแม้จะทิ้งขยะในถังก็ต้องทิ้งให้ถูกต้อง
-ชาวเยอรมันขับรถเร็วแต่เคารพกฎหมายอย่างเคร่งครัด และไม่ประนีประนอม ดังนั้นถ้าต้องการขับรถเที่ยวเอง ต้องแน่ใจว่ารู้กฎจราจรจริงๆ อนึ่งถ้าขับรถผ่านไปพบอุบัติเหตุ จะต้องหยุดรถเพื่อให้ความ
ช่วยเหลือ มิฉะนั้นจะมีความผิดตามกฎหมาย ถ้าขับรถไปชนหรือเฉี่ยวรถที่จอดอยู่ โดยเจ้าของรถไม่ได้อยู่ในที่นั้น จะต้องคอยพบเจ้าของหรือถ้าคอยไม่ได้ต้องทิ้งที่อยู่ หรือเบอร์โทรศัพท์ที่ติดต่อได้ไว้ให้
เจ้าของรถ มิฉะนั้นจะเท่ากับละเมิดกฎหมายในระดับที่ร้ายแรงมาก
-โปรดให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ที่เข็นรถเด็ก เช่น หลีกทางให้ไปก่อน ช่วยเปิดประตู หรือช่วยยกรถเด็ก


Don't
-ความเงียบสงบเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ชาวเยอรมันให้ความสำคัญมาก เพราะฉะนั้นโปรดรักษาความสงบ
การส่งเสียงเอะอะโวยวาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวันอาทิตย์ทั้งวัน วันเสาร์ระหว่างเวลา 18.00 - 8.00น. และระหว่าง 12.00 - 15.00 น. วันธรรมดาระหว่าง 20.00 - 08.00 น. และระหว่าง 12.00 - 15.00 น.โดยหลักการแล้วเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมาย
-ในการซื้อสินค้าหรือกระทำการใดก็ตามห้ามแซงคิว ผู้ที่มาก่อนย่อมจะต้องได้รับบริการก่อน การแซงคิวหรือเบียดเสียดเป็นการผิดมารยาทที่ร้ายแรงมาก
-สงครามโลกทั้ง 2 ครั้งและคำว่านาซี ไม่ควรอยู่ในหัวข้อสนทนากับชาวเยอรมัน



Let You Know
-ถ้าใช้บริการของการขนส่งมวลชน โปรดระมัดระวังอย่านั่งเก้าอี้ที่มีเครื่องหมายกากบาทสีขาว เพราะที่นั่งเหล่านี้เป็นที่นั่งสำรองสำหรับผู้ที่บาดเจ็บพิการหรือผู้ชรา
-ชาวเยอรมันโดยทั่วไปไม่ใช่คนยิ้มง่าย แต่เขาจะให้ความช่วยเหลือถ้าได้รับการขอร้องอย่างสุภาพ
-การจราจรในเยอรมนีเป็นแบบชิดขวา ทั้งนี้รวมถึงคนเดินถนนด้วย
-การตรงต่อเวลาเป็นมารยาทพื้นฐานที่สำคัญมาก
-การไปเยี่ยมเยียนชาวเยอรมันจะต้องนัดล่วงหน้าเสมอ ควรมีของขวัญเล็กๆ น้อยๆ เช่น ดอกไม้สักช่อ หรือไวน์ดีๆ สักขวดไปฝากเจ้าบ้าน และอย่าอยู่นานเกินไป ถ้าไม่ได้มีการเชิญรับประทานอาหาร
ล่วงหน้า ชาวเยอรมันจะไม่เชิญแขกให้อยู่รับประทานอาหาร
-ในการทักทายกันด้วยการสัมผัสมือ ผู้ที่อายุมากกว่า หรือสตรีจะเป็นฝ่ายยื่นมือให้ก่อน

วันศุกร์ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

เรื่องง่ายๆ ...ที่กลายเป็น "ห้ามทำ" ในต่างแดน !

เจอคนแก่ล้มหรือเป็นลมข้างทาง >> โทรเรียกรถพยาบาลดีที่สุด
ถ้าเป็นบ้านเรา เวลาเจอเหตุการณ์แบบนี้ ปกติเราก็จะต้องรีบเข้าไปช่วยดูใช่มั้ยคะ แต่ในเมืองนอกเนี่ย ต้องดูตาม้าตาเรือกันดีๆ ค่ะ เพราะบางทีถ้าเราไปช่วยพยุงเค้าขึ้นมาแล้วดันล้มกันไปอีกรอบ เรานี่แหละค่ะที่จะซวย เพราะคนแก่บางคนก็หัวหมอมากๆ เราช่วยก็หาว่าเรายุ่ง ยิ่งไปทำให้เค้าเจ็บ ดังนั้นทางที่ดี รีบโทรเรียกรถพยาบาลหรือโทรเรียกดับเพลิงก็ได้ค่ะ (ที่อเมริกา ดับเพลิงนี่ช่วยได้ทุกสถานการณ์)

เจอกันครั้งแรก >> อย่าถามอายุและอาชีพ
ถือเป็นเรื่องไม่สุภาพที่จะถามอายุและอาชีพ หรือแม้กระทั่งถามว่าแต่งงานแล้วรึยัง เพราะเค้าถือเป็นเรื่องส่วนตัว บางคนขนาดเจอกันหลายรอบแล้วเค้าก็ยังไม่กล้าที่จะถามเลยค่ะ เชื่อมั้ยคะว่า ครอบครัวเดียวกัน ขนาดพ่อแม่บางคนยังไม่รู้เลยว่าลูกตัวเองทำงานได้เงินเดือนเท่าไร เค้าถือเป็นเรื่องส่วนตัวและไม่ค่อยมีใครใส่ใจที่จะถามค่ะ

ผู้ชายขึ้นรถบัส >> ไม่ต้องลุกให้ผู้หญิงนั่งก็ได้
บางทีน้องๆ ผู้ชายไปเมืองนอกก็พกความเป็นสุภาพบุรุษไทยไปเต็มตัว เจนเทิลแมนเต็มที่ เวลาขึ้นรถบัสก็แมนสุดๆ ลุกให้ผู้หญิงนั่ง แต่รู้มั้ยคะว่า ผู้หญิงบางคนเค้าถือเป็นเรื่องดูถูกค่ะ หาว่าฉันไม่มีปัญญายืนเหรอถึงมาลุกให้นั่งเนี่ย เพราะฉะนั้นถ้าใครไปเมืองนอกจะเห็นชัดเลยว่า ไม่ค่อยมีผู้ชายที่ไหนลุกให้ผู้หญิงนั่งหรอกค่ะ บางทีเราก็แอบด่าในใจเนาะ อะไร(วะ) ทำไมไม่ลุกให้นั่ง แต่ที่นั่นเค้าถือเป็นเรื่องธรรมดาค่ะ ไม่ลุกให้นั่งก็ไม่เป็นไร .... แต่ปัจจุบันรู้สึกจะมีผู้ชายไทยบางคนเริ่มเลียนนิสัยแบบนี้มาเหมือนกันนะเนี่ยยยย 5555






เจอเด็กน่ารัก >> อย่าเล่นด้วยสุ่มสี่สุ่มห้า
เวลาเราเห็นเด็กน่ารักก็อู้ยยยย น่ารักจัง อยากเล่นด้วย ก็ไปลูบผมจับแก้ม เล่นด้วยคิกคักๆ แถมชวนแม่เด็กคุยด้วยอีก นี่กี่ขวบแล้วเหรอคะ ชื่ออะไรคะเนี่ย แต่ที่เมืองนอกเนี่ยถือเป็นเรื่องไม่ควรอย่างมากเลย เพราะถ้าเราไปเล่นกับลูกเค้าสุ่มสี่สุ่มห้า เค้าโทรเรียกตำรวจมาจับเราได้เลยนะคะ เพราะบางคนคิดว่าเราจะขโมยลูกเค้า ยิ่งถ้าเห็นเด็กน่ารักร้องอ๊อแอ๊อยากกินขนมในมือเราเนี่ย เป็นตายยังไงก็ห้ามให้ขนมเด็ดขาดค่ะ เพราะอาจโดนพ่อแม่เด็กเรียกตำรวจมาจับได้ หาว่าจะเอายาพิษให้กันอีกแน่ะ