วันอาทิตย์ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

ปัญหา Y2K


ในปัจจุบันระบบคอมพิวเตอร์มีบทบาทสำคัญในการนำมาใช้งานเพื่อ เพิ่มประสิทธิภาพ และประสิทธิผลในการทำงานในทุกๆด้านของโลกปัจจุบันทั้งงานของรัฐบาลบริษัทเอกชน องค์กรต่างๆ ทั่วโลก หน่วยงานต่างๆเหล่านี้กำลังเผชิญกับปัญหาจากระบบคอมพิวเตอร์ อันสืบเนื่องมาจากการมาถึงของปี ค.ศ. 2000 หรือที่ เรียกกันว่า " ปัญหาY2K " หรือ " ปัญหา MilleniumBug "ซึ่งทุกวินาที่ที่ผ่านไปในปี ค.ศ.1999นี้ล้วนมีความ หมายต่อความอยู่รอดของทุกองค์กรเป็นปัญหาทางธุรกิจและอุสาหกรรมจึงมีสื่อหลายแขนงที่ คอยให้ข้อมูลในการแก้ปัญหาY2K สำหรับภาคอุตสาหกรรมซึ่งสำคัญมาในแต่ละประเทศก็ได้รับ ความสนใจไม่น้อยเพราะปัจจุบันเทคโนโลยีทางไมโครโพรเซสเซอร์(Microprosseser) ได้เข้าไป อยู่ในทุกโรงงานอาทิเช่น ในอุปกรณ์ควบคุมอย่าง PLC และระบบอัตโนมัติทั้งหลาย ,ระบบรักษา ความปลอดภัย ,ระบบควบคุมลิฟต์ ,ระบบควบคุมคลังสินค้า ,ระบบป้องกันเพลิงไหม้ และระบบ อิเล็กทรอนิกส์ และอื่นๆอีกมากที่ต้องได้มีการประเมินและสำรวจ ปัญหาY2K จึงน่าเป็นห่วงมากถ้าขาดความสนใจจากผู้ดำเนินธุรกิจอุตสาหกรรมเพราะความเสียหายที่ จะเกิดขึ้นหลังเที่ยงคืนวันที่ 31 ธันวาคม ค.ศ.1999 อาจร้ายแรงเกินกว่าจะรับมือได้ ซึ่งปัญหาดังกล่าว อาจ กล่าวได้ว่าเปรียบเสมือนระเบิดเวลาที่ตั้งไว้ตั้งแต่มีระบบคอมพิวเตอร์เกิดขึ้น บทความนี้จึงต้องการให้ ผู้ดำเนินธุรกิจและองค์กรต่างๆเริ่มต้นแก้ปัญหาได้ถูกต้องและรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นถ้าปัญหา Y2K แสดง ผลในปี ค.ศ. 2000


ปัญหาปี ค.ศ. 2000 (Y2K) คืออะไร

ย้อนหลังไปเมื่อคอมพิวเตอร์ได้รับการออกแบบขึ้นนั้น การเขียนโปรแกรม หรือsoftware จะมีการเก็บข้อมูลเวลาในรูปแบบ DD/MM/YY โดยที่ YY แทนปี ค.ศ. 19YY เช่น 84 แทนปี ค.ศ. 1984 เพื่อประหยัดเนื้อที่ในการจัดเก็บข้อมูล ซึ่งอาจมองว่าประหยัดแค่ 2 หลัก แต่หากมองเป็นระบบใหญ่ๆ ก็จะประหยัดได้มากเป็นการช่วยลดค่าใช้จ่ายในการทำงาน เนื่องจากในสมัยนั้นราคาของอุปกรณ์ที่เกี่ยวกับระบบคอมพิวเตอร์ ทั้งหลายมีราคาสูงกว่าปัจจุบันมาก ผลที่กำลังจะเกิดขึ้นจากเหตุผลดังกล่าวของการจัดเก็บข้อมูลในรูปแบบเลขปี 2 ตำแหน่งนี้เกิดความสับสน และไม่รู้ของระบบหรือแอพพลิเคชั่นโปรแกรมที่ต้องใช้วันที่ในการคำนวณ เปรียบเทียบ จัดเรียงลำดับเมื่อการก้าวข้ามของเวลาจาก 1999 ไปสู่ 2000 แต่ระบบจะรับรู้ในรูปเลข 2 หลักคือ 99 ไปสู่ 00 โดย 00 นี้ระบบไม่รู้ว่าเป็นปี 2000 ตรงนี้เองทำให้เกิดผลลัพธ์ในการทำงานที่ผิดพลาดได้


ปัญหาเทคนิคง่าย ๆ ดังกล่าวนั้นแทรกตัวอยู่อย่างซับซ้อนในการทำงานต่างๆ ที่มีเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์เข้ามาเกี่ยวข้อง จึงไม่ใช่เรื่องง่ายในการประเมินผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นรวมถึงแผนในการรับมือต่างๆ ซึ่งตัวอย่างของเทคโนโลยีต่าง ๆ ที่ผู้เชี่ยวชาญทั้งหลายชี้ว่ามีโอกาสสูงที่จะมีปัญหาการทำงานเมื่อถึงปี ค.ศ. 2000 เช่น



แหล่งผลิตภัณฑ์งานต่าง ๆ เช่น โรงงานผลิตกระแสไฟฟ้า , โรงงานกลั่นน้ำมัน ซึ่งที่สวีเดนมีข่าวว่าได้ประกาศจะปิดโรงงานผลิตไฟฟ้าปรมาณู ชั่วคราวระหว่างปลายปี ค.ศ. 1999 ถึงต้นปี ค.ศ. 2000 เพราะได้จำลองสถานการณ์ปี ค.ศ.2000 แล้วพบว่าระบบการส่งน้ำซึ่งเป็นระบบที่จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับเตาปรมาณู จนมีปัญหา Y2K แล้วถ้าไม่แน่ใจว่าจะแก้ได้เต็มที่ก็ควรจะเปิดเตาดังกล่าวแล้ว
ระบบสื่อสารและโทรคมนาคม ได้แก่ ระบบสื่อสารทางโทรศัพท์เคลื่อนที่ ระบบสื่อสารข้อมูลผ่านเคเบิ้ลใต้น้ำ ระบบสื่อสารผ่านดาวเทียม รวมทั้งระบบอินเตอร์เน็ต
ระบบคมนาคม ได้แก่ ระบบควบคุมการเดินเรือ , ระบบควบคุมทางจราจรทางอากาศ , ระบบควบคุมสัญญาณไฟจราจร รวมไปถึงระบบคอมพิวเตอร์ที่ติดตั้งเพื่อโปรแกรมการทำงานในยานพาหนะต่าง ๆ ทั้งในรถยนต์ เครื่องบิน เรือเดินทะเล
ระบบการสาธารณสุข ได้แก่ อุปกรณ์การแพทย์ต่าง ๆ , เครื่องฉายรังสี , เครื่องผลิตไฟฟ้าฉุกเฉินในโรงพยาบาล , อุปกรณ์และระบบในการผลิตยา
ระบบการเงินทางธนาคาร ได้แก่ ระบบบัญชีต่าง ๆ , ตู้ ATM
ระบบการประปาและระบบระบายน้ำทิ้ง มีระบบคอมพิวเตอร์ควบคุมระบบระบายน้ำรวมไปถึงเครื่องมือวิเคราะห์น้ำ
ระบบการผลิตจัดเก็บและการจำหน่าย ได้แก่ โรงงาน , ร้านค้า , ซูเปอร์มาร์เก็ตยุคใหม่ที่มีการใช้ระบบคอมพิวเตอร์ควบคุมการผลิต ,ควบคุมรายการวัสดุและสินค้าในสต๊อก ,การชำระเงินด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์
ระบบควบคุมอาคาร ได้แก่ ระบบลิฟต์ , ระบบไฟฟ้า , ระบบควบคุมกระแสไฟฟ้า , ระบบปรับอากาศ , ระบบเตือนภัย และรักษาความปลอดภัยต่าง ๆ ทั้งระบบป้องกันอัคคีภัย , ระบบสัญญาณกันขโมย
ระบบการทำงานในโรงงาน ทั้งระบบการผลิต การจัดเก็บวัสดุสินค้า , ระบบควบคุมอาคาร รวมถึงระบบและอุปกรณ์ที่ใช้ในการควบคุมการทำงานของเครื่องมือ เครื่องจักร หรือโรงงานที่เรียกกันว่าระบบแบบฝังตัว (Embedded System)


ปัญหา Y2K เป็นปัญหาทางด้านธุรกิจและอุตสาหกรรม
ถึงเวลานี้ปัญหา Y2Kไม่ใช้ปัญหาทางเทคนิคเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ปัญหาได้ขยายเป็นปัญหาทางธุรกิจและการบริหารงานขององค์กรทั้งของท่านและอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งแน่นอนย่อมส่งผลกระทบต่อลูกค้าและผู้ขายสินค้าให้องค์กรด้วย ซึ่งเมื่อมองในภาพรวม เครือข่ายการดำเนินธุรกิจติดต่อในอุตสาหกรรมบ้านเราย่อมเกิดผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
หากพิจารณาด้านการอุตสาหกรรมกระบวนการผลิต ระบบควบคุมการผลิตอาจเกิดล้มเหลวเนื่องจากปัญหา Y2K ในระบบแบบฝังตัว (Embedded System) ที่เกิดกับอุปกรณ์ที่ใช้ควบคุมตรวจสอบ หรือช่วยในการทำงาน ของเครื่องมือเครื่องจักรรวมทั้งในฮาร์คแวร์ของระบบคอมพิวเตอร์ที่ใช้ควบคุมสายการผลิตต่างๆ ในกระบวนการผลิตของโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ
โรงงานอุตสาหกรรมจำนวนหนึ่งอาจต้องหยุดการผลิตชั่วคราว แต่ผลกระทบจะไม่มี เพียงเท่านี้ ซึ่งบางอุตสาหกรรม Output จากอุตสาหกรรมประเภทหนึ่งยังต้องส่งเป็น Input ยังอีกอุตสาหกรรมประเภท หนึ่ง ซึ่งย่อมจะส่งผลกระทบเป็นห่วงโซ่เกิดขึ้นในวงการอุตสาหกรรม เกิดการชะงักและล้าช้าต่าง ๆ ส่งผลต่อการละเมิดข้อตกลงสัญญาต่างๆ ทางกฎหมาย เช่นการส่งมอบสินค้า การชำระเงิน สัญญาเงินกู้ต่าง ๆ อาจถูกปรับเสียค่าใช้จ่ายเกิดความเสียหายต่อธุรกิจ นอกจากนี้ปัญหา Y2K ยังมีผลกระทบต่อการใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ในงานธุรกิจ (Electronics Commerce) อันได้แก่ ระบบสถาบันการเงิน ระบบเครดิต ระบบโอนเงิน และระบบตลาดหุ้นซึ่งมีการเชื่อมโยงกันไว้อย่างซับซ้อน
ที่กล่าวมาเป็นผลกระทบโดยรวมส่วนหนึ่งที่อาจเกิดขึ้นได้ ในด้านธุรกิจ และอุตสาหกรรมที่เสนอมุมมองเพื่อให้เกิดการ “ ตระหนักแต่อย่าตระหนก ” กับปัญหาเนื่องจากผลกระทบที่กล่าวมาจากปัญหาY2K ในบางเรื่องได้รับข้อมูลยืนยันว่าเกิดขึ้นได้จริง บางเรื่องมีโอกาสสูงที่อาจจะเกิดขึ้น และบางเรื่องอาจได้รับผลกระทบบ้างเล็กน้อย ทั้งนี้ทั้งนั้นผลกระทบต่าง ๆจากปัญหา Y2K เป็นเพียงการคาดการณ์ว่า “อาจจะ” เกิดขึ้นเท่านั้น ประเด็นสำคัญอยู่ที่ความไม่ประมาทหรือละเลยและน่าที่จะตระหนักถึงการดำเนินการเพื่อรับมือกับผลกระทบต่าง ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นจากปัญหาปี ค.ศ. 2000 หรือ ปัญหา Y2K ที่กำลังมาเยือนในอนาคตอันใกล้นี้ยึดสุภาษิตไทยเรา “กันไว้ดีกว่าแก้” กันดีกว่า เพราะอีกประการสำคัญหนึ่งในการแก้ปัญหา Y2K คือ ค่าใช้จ่ายและทีมงาน ซึ่งหากยิ่งเวลาล่วงเลยไปการหาทีมงาน ทรัพยากรมาแก้ไขได้ยาก ค่าใช้จ่ายก็จะสูงขึ้น และอาจเหลือเวลาไม่พอแก้ไขแล้วแม้ว่าจะมีเงินสนับสนุนเท่าไรก็ตาม และการที่เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเรื่องค่าใช้จ่ายจึงทำให้เกิดภาวะความไม่มั่นใจเกิดขึ้นกับธุรกิจในทุกระบบในองค์กร ทั้งงานด้านอุตสาหกรรม รวมถึงงานด้านการบริการ จึงต้องได้รับการตรวจสอบทั้งหมดให้สอดคล้องกับประเด็นทางธุรกิจด้วยเหตุผลหลัก ๆ คือ
ธุรกิจจะต้องยืนหยัดได้เมื่อถึงปี ค.ศ. 2000 และหลังจากนั้น
ต้องลดความเสี่ยงของผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับการดำเนินในงานธุรกิจ
ลดผลกระทบในทางกลยุทธ์ทางธุรกิจ
จึงทำให้เห็นประเด็นหลักสำคัญที่ต้องมุ่งเน้น คือ งานด้านการบริหารงาน ในการดำเนินการรับมือกับปัญหา Y2K ที่อาจจะเกิดขึ้น
ปัญหา Y2K ปัญหาทางการบริหาร
ปัญหา Y2K เป็นปัญหาทางการบริหารมากกว่าปัญหาทางเทคนิค ดังนั้น การวางแผนและการควบคุมโครงการรับมือปัญหา Y2K การพิจารณาเกี่ยวกับความสามารถในการบริหารโครงการเพื่อให้งานบรรลุตามที่กำหนดเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง นักวิเคราะห์เชื่อว่าความพร้อมรองรับต่อปี ค.ศ. 2000 จะเป็นตัวกำหนด ความเป็นผู้แพ้ผู้ชนะในวงการธุรกิจ และอุตสาหกรรมเลยทีเดียว
เตรียมตัวอย่างไรเพื่อแก้ปัญหา Y2K
ปัญหา Y2Kจะกระทบต่อธุรกิจโลกไม่มาก ถ้าทุกองค์กรต่างเร่งแก้ปัญหาให้ทันเวลา โดยเฉพาะแกนหลักของธุรกิจ เช่น ธนาคาร โรงไฟฟ้า ผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์พื้นฐาน ระบบสายการบิน โดยแต่ละองค์กรต้องประเมินทั้งภายในบริษัทตัวเอง ซัพพลายเออร์ และลูกค้าของบริษัทว่า “พร้อมหรือยัง?สำหรับการย่างก้าวสู่ปี ค.ศ.2000”และที่สำคัญต้องมีแผนฉุกเฉินรองรับเพื่อลดข้อพิพาททางกฎหมาย หากเกิดความเสียหายในรูปจำนวนเงินและก่อนที่จะสิ้นสุดปี ค.ศ.1999 ทุกองค์กรที่ค้าขายหรือติดต่อกันก็ต้องเปิดเผยข้อมูลและสร้างความมั่นใจว่า “การค้าขายจะเกิดขึ้นอย่างถูกต้องเมื่อปี ค.ศ.2000 มาถึง” ซึ่งขั้นตอนต่าง ๆ ในการฝ่าวิกฤตปี ค.ศ.2000 ที่สามารถนำไปใช้ได้ มีรายละเอียดดังนี้
ตระหนักรู้ถึงปัญหา (Awareness) ต้องยอมรับในปัญหานี้ก่อน เริ่มตั้งแต่ระดับพนักงานทั่วไปจนถึงผู้อำนวยการบริษัท และพร้อมใจกันค้นหาว่าปัญหาจะเกิดจากที่ไหนในระบบบ้าง จากนั้นก็เริ่มกำหนดผู้รับผิดชอบในการแก้ปัญหา
การสำรวจและการประเมินปัญหา (Assessment) ดูว่าส่วนประกอบทางเทคโนโลยีใดจะได้รับผลกระทบจากปัญหาปี 2000 บ้าง โดยต้องประเมินทั้งภายในองค์กร ซัพพลายเออร์และลูกค้าไปพร้อมกัน
ดำเนินการแก้ไขปัญหา (Renovation) เมื่อรู้ว่าปัญหาอยู่ตรงไหนต้องทำการปรับปรุงหรือหาเทคโนโลยีอื่นมาแทน และขจัดความเสี่ยจากภายนอกด้วยการตรวจสอบแก้ไขที่ต้นตอหรือแหล่งที่มาของเทคโนโลยีที่เข้ามาแทนด้วย
การทดสอบและยืนยันความถูกต้อง (Testing/Validation) นับเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง ถ้าอุปกรณ์ใดไม่ผ่านการทดสอบย่อมไม่อาจแน่ใจว่าสามารถรองรับปัญหา Y2K ได้ฉะนั้นระบบใดได้รับการการแก้ไขแล้วจะต้องผ่านการทดสอบให้แน่ใจว่าปัญหาได้หมดไปแล้วและพร้อมที่จะนำไปติดตั้งจริง
การดำเนินการติดตั้ง (Implementation) เมื่อทำการทดสอบเสร็จแล้วต้องนำเอาเทคโนโลยีใหม่ไปติดตั้งใช้งาน และตกลงกับ คู่ค้าหรือภายในองค์กรว่าจะใช้ร่วมกัน
การจัดทำแผนฉุกเฉิน (Contingency plan)เพื่อรองรับปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้โดยปัจจัยอื่นๆ แม้ว่าจะได้ดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวไปแล้ว นอกจากนี้จะต้องเตรียมความพร้อมไว้แม้จะผ่านวันที่ 1 มกราคม ค.ศ.2000 ไปแล้วเพราะปัญหาอาจเกิดขึ้นได้ในช่วงเวลาที่ห่างออกไป
อะไรบ้างที่ต้องได้รับการประเมิน
การสำรวจความพร้อมต่อปัญหา Y2K จะเป็นแนวทางให้ทุกฝ่ายไม่ว่าจะเป็นผู้แทนจำหน่ายหรือผู้ขาย และองค์กรธุรกิจต่าง ๆ ผ่านปัญหาปี 2000 ได้อย่างมั่นใจ แนวทางการสำรวจความพร้อมต่อปัญหาปี 2000 ที่จะกล่าวถึงนี้จะแสดงส่วนต่าง ๆ ในทางธุรกิจที่จะมีผลกระทบจาก Y2K ไว้ ซึ่งสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในองค์กรท่านได้ และกระบวนการแก้ปัญหานี้ควรจะพึ่งพาผู้เชี่ยวชาญทางด้านไอที ด้านเทคนิคและด้านภาษี รวมถึงที่ปรึกษาทางด้านกฎหมาย เพื่อลดข้อพิพาท หากเกิดผลกระทบขึ้นอย่างไม่ได้ตั้งใจ
แนวทางสำรวจนี้เป็นเพียงอย่างง่ายเบื้องเท่านั้น แต่ละบริษัท / องค์กรควรจะได้รับการสนับสนุนจากผู้เชี่ยวชาญ ด้านไอทีและผู้ชำนาญงานด้านอื่น ๆ เพื่อพัฒนาแบบสำรวจนี้ให้เหมาะสมกับแต่ละองค์กร ตามความจำเป็นและสภาพเหตุการณ์
บริษัทของคุณพร้อมแล้วหรือยังสำหรับปัญหาปี 2000 ?
คุณจะรองรับปัญหาปี 2000 ได้เต็มรูปแบบก่อนปลายปี 1998 ?
บริษัทของคุณมีพันธะสัญญาการบริหารและกองทุนเพื่อแก้ปัญหาปี 2000 ให้สำเร็จ ?
บริษัทของคุณเกี่ยวข้องกับการแก้ปัญหาY2K และมีเป้าหมายว่าจะแก้ไขได้สำเร็จในวันที่ - / - / - ?
ระบบคอมพิวเตอร์ของภาคธุรกิจ
ด้วยรูปแบบ EDI ในปัจจุบันระบบวัตถุดิบของคุณสามารถวางแผนและจัดการวัตถุดิบได้ ผู้ผลิต, Ship และการขนส่งไปยังลูกค้าของคุณหลังปี 2000ได้?
คุณจะยังสามารถจ่ายค่าจ้าง, ใบเสร็จสินค้าและดำเนินธุรกิจได้เป็นปกติหลังผ่านพ้นปี 2000 ไปได้ ?
่ระบบธุรกิจของคุณได้มีการพัฒนารองรับปี 2000 ?
คุณมีการจ้างหน่วยงานภายนอกเพื่อแก้ปัญหา Y2K ให้ ?
คุณรองรับปี 2000 ด้วยการใช้ระบบใหม่แทนที่ระบบเก่าทั้งหมด ?
คุณจะทำการวางแผนและปฏิบัติการทดสอบอย่างเต็มรูปแบบในจุดที่สำคัญมากในปี 2000 ไปได้ ?
โครงสร้างพื้นฐานทางเทคนิค
คุณจะสามารถ Run ข้อมูลส่วนกลางได้ตลอดไปจนหลังปี 2000 ?
คุณมีแผนงานที่จะแทนที่ซอฟต์แวร์ระบบ Y2K ในศูนย์ข้อมูลของคุณ ?
ผู้ใช้งานทั่วไป
คุณได้สำรวจเครื่อง PC และระบบให้บริการอัตโนมัติในออฟฟิค และกำหนดฟังก์ชั่นที่เหมาะสมซึ่งสามารถรองรับปัญหาปี 2000 ได้ ?
ซัพพลายเออร์ เอเยนต์ และผู้ให้บริการสาธารณะ (ธนาคาร ไฟฟ้า ประปา โทรศัพท์)
คุณได้ประเมินผลกระทบกับผู้จัดหาภายนอกที่อาจกระทบต่อการ ปฏิบัติงานของคุณและมีแผนรองรับเพื่อทำให้มั่นใจว่าจะไม่ทำให้องค์กรของคุณติดขัด ?
เครื่องมืออุปกรณ์ในสายการผลิต การจัดเก็บสินค้า และการบริการ
คุณได้มีการสำรวจอุปกรณ์เครื่องมือต่างฯในโรงงานบริเวณคลัง สินค้าซึ่งใช้วันที่ในการตัดสินใจและอุปกรณ์ที่ควบคุมด้วยไมโครโพรเซสเซอร์และมี แผนการที่จะอัพเกรดหรือแทนที่จุดที่มีปัญหา ?
สภาพแวดล้อมในอาคาร สำนักงานและโรงงาน
คุณมีการสำรวจระบบ HVAC, ระบบรักษาความปลอดภัย, ลิฟต์, ระบบโทรศัพท์, ระบบเตือนภัยเมื่อเกิดเพลิงไหม้, และอื่น ๆ ที่จะต้องมีการนำไปอัพเกรดหรือแทนที่ ?
สินค้าขององค์กร
คุณมีการทบทวนสินค้าที่ควบคุมการผลิตด้วยไมโครโพรเซสเซอร์ แล้วว่ามีการแสดงผลข้อมูลเกี่ยวกับอันที่ได้ถูกต้อง ?
หน่วยงานวิจัยแลพัฒนา
คุณมีการสำรวจระบบการวัดและทดสอบของหน่วยงานวิจัยและพัฒนามั่นใจ ว่าสามารถทำงานทดสอบต่อไปได้อย่างถูกต้องเมื่อผ่านปี 2000 ?
เรื่องหลักที่ต้องพิจารณา
ปัญหาปี 2000 เหมือนระเบิดเวลาที่องค์กรต้องร่วมกันถอดสลัก เพราะฉะนั้น ทุกองค์กรต้องทราบว่าจะเริ่มพิจารณาจากจุดใดบ้าง และจะลดความรุนแรงจากปัญหาได้อย่างไร
สัญญาทางเทคโนโลยีที่มีอยู่เดิม (Existing Technology Contracts) ทุกองค์กรต้องมีการทบทวนสัญญาซื้อเทคโนโลยีต่าง ๆ จากผู้ค้าส่ง อาทิเช่น อุปกรณ์หรือส่วนประกอบอิเล็กทรอนิกส์, ลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์, ระบบบำรุงรักษาและแหล่งข้อมูลภายนอกที่ตกลงใช้ร่วมกันเพื่อจะได้ให้ผู้ขายร่วมหาทางแก้ไขหรืออาจช่วยออกค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงให้ผ่านปี 2000 ได้
สัญญาทางเทคโนโลยีที่จะทำขึ้นใหม่ (New Technology Contracts) เมื่อใดก็ตามที่มีการตกลงเซ็นต์สัญญาซื้อสินค้าที่เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ทุกองค์กรควรกำหนดสเปกว่า ต้องสามารถรองรับปัญหา Y2K ได้ และระบุไว้ในสัญญาด้วย เพื่อไม่ให้มีปัญหาเพิ่มขึ้นอีก ดังนั้นทุกองค์กรต้องมองหาแต่ตัวแทนจำหน่ายที่น่าเชื่อถือและมีการรับประกันที่ดี ซึ่งจะช่วยให้องค์กรได้รับซอฟต์แวร์หรือสินค้าใหม่ ที่ผ่านการรับรองว่าได้แก้ปัญหา Y2K แล้ว
ซัพพลายเออร์และลูกค้า (Suppliersand Customers) เพราะปัญหา Y2K มิได้ส่งผลเฉพาะระบบอิเล็กทรอนิกส์เท่านั้น แต่จะกระทบต่อไปยังองค์กรอื่น ๆ ด้วย ไม่ว่าจะเป็นซัพพลายเออร์ ลูกค้า รัฐบาล หรือหน่วยงานบริการต่าง ๆ โดยผ่านทางการเชื่อมต่อด้วยอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หรือคอมพิวเตอร์ เช่น ระบบ EDI หรือ EFT ซึ่งส่งผลกระทบต่อธุรกิจหลักของบริษัท ดังนั้นซัพพลายเออร์และลูกค้าสำคัญ ๆ ของบริษัทต้องได้รับการประเมินปัญหาปี 2000 อย่างรอบคอบ
การรวมกิจการและพัทธมิตร (Merger and Alliance) การรวมกิจกรรมหรือการเข้าถือสิทธิ์ในบริษัทอื่นเพื่อ เสริมความแข็งแกร่งให้แก่บริษัท ควรทำการทดสอบในเรื่องผลกระทบจากปัญหา Y2K ร่วมกันและควรได้รับการรับรองจากหน่วยงานภายนอกว่าผ่านปี 2000 ด้วย
การรับประกัน (insurance) ผู้ค้าส่งต้องเรียกการรับประกันจาก ผู้ผลิตสินค้าในเรื่องปัญหาปี 2000 และผู้ซื้อเองก็ต้องเรียกร้องการรับประกันตรงนี้ด้วย และหากมีความผิดพลาดขึ้นจากปัญหา Y2K ผู้ค้าส่งและผู้ผลิตต้องร่วมกันรับผิดชอบ ทั้งค่าใช้จ่ายในการแก้ไขและการชดเชยความเสียหายจากการใช้สินค้า
เปิดเผยข้อมูล (Disclosures) ปฏิบัติการแก้ปัญหา Y2K ของทุกหน่วยงานต้องเป็นไปอย่างรอบคอบ และควรเปิดเผยขอบเขตและลักษณะที่แท้จริงของปัญหา มาตรการรักษา ความปลอดภัย , ระบบการเงิน , มาตรฐานการตรวจสอบและในส่วนอื่นๆ ที่นำมาเปิดเผยได้หากแก้ไขไม่ได้ ต้องเตรียมแผนฉุกเฉินรองรับด้วย
คำเตือนและข้อสังเกต (Warning / Notices) ผู้ผลิตสินค้าควรจะต้องพร้อมแล้ว สำหรับตลาดปัจจุบันที่ต้องได้ผลิตสินค้าควรจะต้องพร้อมแล้ว สำหรับตลาดปัจจุบันที่ต้องได้ผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการรับรองปัญหา Y2K เพื่อให้แน่ใจว่าจะใช้ได้ต่อไป หลังผ่านคืนวันที่ 31 ธันวาคม ปี 1999 ดังนั้นผู้ผลิตต้องแสดงรายละเอียดเรื่องนี้ในตัวสินค้า สวนผู้ซื้อก็ต้องพิจารณาเรื่องนี้ด้วย
เอกสารยืนยัน (Documentation) บางครั้งผู้ขายอาจจะทำเป็นเอกสารยืนยันว่าสินค้าชนิดนั้นผ่านการรับรองแล้ว นับว่าเป็นอีกวิธีหนึ่ง ซึ่งแสดงให้เห็นว่าผู้ผลิต/ผู้ขายสินค้า มีความรับผิดชอบต่อปัญหาปี 2000
ระบบที่ผ่านปี 2000ต้องเป็นอย่างไร
เพื่อเป็นการตรวจสอบว่าผ่านปี2000 ระบบและกระบวนการของคุณต้องมีลักษณะดังนี้
ต้องจัดการข้อมูลได้ถูกต้องทั้งก่อน ระหว่างและหลังเที่ยงคืนของวันที่ 31 ธันวาคม 1999 รวมถึงยอมรับการป้อนข้อมูลวันที่ และคำนวณ ผลได้อย่างถูกต้องเมื่อเทียบกับของจริง
ฟังก์ชันการทำงานแน่นอน ไม่ติดขัดทั้งก่อน, ระหว่างและหลังวันที่ 1 มกราคม ปี 2000 ไม่มีการเปลี่ยนแปลงความสัมพันธ์ของการปฏิบัติงาน เมื่อศตวรรษใหม่มาถึง
ตอบสนองตัวเลขปี 2 หลักได้ถูกต้อง
ประมวลผลปี 2000 เป็นปีอธิกสุรทิน (ปีที่มี 29 ก.พ.)
จัดการข้อมูลที่เกี่ยวกับวันที่และไม่เกี่ยวได้ถูกต้อง
การประมวลผลข้อมูลเกี่ยวกับวันที่ใดๆ ในปี “99” และ “00” ต้องเป็นไปอย่างถูกต้องหากไม่ระวังในจุดนี้จะทำให้คำนวณได้ผิดไป
ผลกระทบจากปัญหาปี 2000
ถึงแม้ว่าทั่วโลกจะตื่นตัวกับการแก้ปัญหา Y2K แต่เป็นเรื่องธรรมดาที่จะมีบางองค์กรแก้ไขไม่ทันการณ์ ดังนั้นการทราบว่าผลกระทบที่มีโอกาสเกิดขึ้น มีจุดไหนบ้าง จะช่วยให้การเตรียมตัวหลีกเลี่ยงข้อพิพาททางกฎหมายทำได้สะดวกขึ้น สำหรับผลกระทบจะเกิดหลายจุดดังนี้
ระบบคอมพิวเตอร์ของภาคธุรกิจ ทราบกันดีว่าการดำเนินธุรกิจของโลก ปัจจุบันมีระบบคอมพิวเตอร์และแอพพลิเคชั่นเฉพาะทางมากมายช่วยงานอยู่ในแต่ละหน่วยงาน ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบสินค้า การวางแผนเรื่องวัตถุดิบ การจัดทำตารางการผลิต การตลาด การขาย การเงินและการบัญชี การจัดซื้อ และจัดการบุคคล และที่สำคัญคือมีบางแอพพลิเคชั่นใช้วันที่เป็นข้อมูลในการประมวลผล หากระบบดังกล่าวไม่ได้รับการรับรองว่าผ่านปี2000 โดยผู้เชี่ยวชาญย่อมไม่อาจแน่ใจได้ว่าระบบจะ ทำงานต่อไปได้อย่างถูกต้องหรือไม่เมื่อผ่านปี2000
โครงสร้างพื้นฐานทางเทคนิค โดยทั่วไปผู้ขายที่จำหน่ายซอฟต์แวร์ ฮาร์ดแวร์ หรือระบบอื่น ๆ หรือลูกค้ามักจะมีการพัฒนางานของตนสัมพันธ์กับโครงสร้างพื้นฐานทางด้านเทคนิคขององค์กร ตัวอย่างของโครงสร้างพื้นฐานทางเทคนิคได้แก่ ระบบศูนย์กลางข้อมูลทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ ระบบเครือข่าย เซิร์ฟเวอร์ และเครื่องคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ อีเมล์ ดาวเทียม ระบบโทรศัพท์และวีดีโอ รวมถึงแอพพลิเคชั่นซอฟต์แวร์อื่น ๆ เช่น MS Office ระบบเหล่านี้ต้องได้รับการรับรองว่าผ่านปี 2000 มิเช่นนั้น การประสานงานภายในองค์กรอาจติดขัดได้
ผู้ใช้งานคอมพิวเตอร์ทั่วไป ในองค์กรนอกจากจะมีผู้เชี่ยวชาญด้านไอทีแล้ว ก็ยังมีผู้ใช้งานซึ่งมักรู้แต่เพียงการสร้างงานด้วยแอพพลิเคชั่นเท่านั้น เช่น การใช้แอพพลิเคชั่นสเปรดชีต หรือ ฐานข้อมูล ซึ่งงานต่าง ๆ ที่สร้างขึ้นบางครั้งมีความสัมพันธ์กับระบบข้อมูลส่วนกลาง ถ้าหากแอพพลิเคชั่นเหล่านั้น คำนวณผิดพลาดข้อมูลที่ส่งไปก็ต้องผิดพลาดด้วย จึงต้องระมัดระวังเรื่องนี้ด้วย
ซัพพลายเออร์ เอเยนต์ผู้ให้บริการสาธารณะ (ธนาคาร ไฟฟ้า ประปา โทรศัพท์) องค์กรเหล่านี้อยู่นอกเหนือความรับผิดชอบขององค์กรทั่วไป แต่อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจได้ จึงต้องมีการติดตามและตรวจสอบดูว่า หน่วยงานดังกล่าวแก้ปัญหาปี 2000 ได้หรือยัง และมีแผนฉุกเฉินรองรับไว้อย่างไร กรณีเกิดความผิดพลาด (เช่น ธนาคาร คำนวณยอดเงินกู้ผิดพลาดการไฟฟ้าจ่ายไฟไม่ได้ทั่วประเทศ เป็นเวลานาน เป็นต้น)
เครื่อง/อุปกรณ์สำหรับการผลิต การจัดเก็บ (คลังสินค้า) และการบริการ ซึ่งปัจจุบันมีความเป็นอัตโนมัติค่อนข้างสูง ทุกอย่างตัดสินใจด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งมีไมโครโพรเซสเซอร์เป็นหัวใจสำคัญ หากองค์กรใดมีระบบเหล่านี้อยู่ ต้องเร่งตรวจสอบอย่างละเอียดว่าจะมีผลกระทบต่อธุรกิจหลักของบริษัทหรือไม่ มีเครื่องมือชิ้นใดทำงานโดยใช้วันที่เป็นข้อมูลบ้าง และทำประมวลผลได้ถูกต้องหรือไม่เมื่อผ่านปี 2000 รวมถึงซอฟต์แวร์ต่าง ๆ ที่ถูกพัฒนาขึ้นมาพร้อมกับเครื่องก็ควรได้รับการรับรองจากผู้ขายว่าผ่านปี 2000 หรือไม่ ถ้าไม่ผ่านต้องตกลงกับผู้ขายว่าใครจะเป็นผู้แก้ปัญหา
สภาพแวดล้อมภายในโรงงาน สำนักงาน และไซต์งานอื่น ปัจจุบันจะเห็นว่ามีอาคาร สำนักงานและโรงงานมากมายที่สร้างขึ้นภายใต้ความทันสมัย มีระบบควบคุมสภาพแวดล้อมแบบอัตโนมัติ เช่น ระบบลิฟต์ บันไดเลื่อน ระบบปรับอากาศ ระบบรักษาความปลอดภัย ระบบสื่อสารไร้สายภายใน ชุมสายโทรศัพท์ และระบบไฟฟ้าที่ซื้อจากภายนอก สิ่งเหล่านี้ต้องได้รับการตรวจสอบและเปิดเผยข้อมูลให้พนักงานทุกคนรับทราบ ว่าปัญหาปี 2000 จะส่งผลกับระบบต่าง ๆ หรือไม่ และส่งผลอย่างไรจะได้ไม่เกิดความเสียหายขึ้นภายหลัง
สินค้าขององค์กร ในบางองค์กรมีกระบวนการผลิตแบบอัตโนมัติ และบางครั้งต้องพิมพ์วันที่ผลิต หรือวันหมดอายุ ด้วยระบบไมโครโพรเซสเซอร์ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมอาหาร หากระบบดังกล่าวทำงานผิดพลาดเมื่อผ่านปี 2000 ไป อาจทำให้สินค้าดี กลายเป็นสินค้าหมดอายุไปก็ได้ ซึ่งหากไม่ได้รับการตรวจสอบแก้ไข บริษัทอาจสูญเสียเงินจำนวนมหาศาลก็ได้
งานวิจัย และพัฒนาหรือหน่วยงานทดสอบ หากบริษัทหรือองค์กรใดมีหน่วยงานที่ต้องทำงานวิจัย และพัฒนาผลิตภัณฑ์ หรือตรวจสอบคุณภาพสินค้า ต้องให้ความสำคัญกับการตรวจสอบถึงผลกระทบจากปัญหาปี 2000 ต่อเครื่องมือทดสอบต่าง ๆ เพราะข้อมูลที่เกิดจากการวิจัยหรือตรวจสอบ ถ้าผิดพลาดย่อมทำให้สินค้าที่ผลิตออกมาไม่ได้คุณภาพและจะส่งผลต่อความน่าเชื่อถือของบริษัทได้

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับปัญหา Y2K ว่ามีลักษณะอย่างไรและจะแก้ปัญหาได้อย่างไร รวมถึงจะทดสอบอย่างไรเพื่อให้แน่ใจว่าผ่านปัญหาปี 2000 เวบไซต์ที่มีข้อมูลเหล่านี้ค่อนข้างครบถ้วนมากที่สุดคือ www.year2000.com ภายในเวบไซต์นี้ยังมี ซอฟต์แวร์ ทดสอบพีซีให้ดาวน์โหลดฟรีอีกด้วย รวมถึงมีการเชื่อมโยงไปยังไซต์อื่น ๆ อีกมากมาย

วันพฤหัสบดีที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

กรุงโรม


ชื่อเล่น นครอมตะ
คำขวัญ : Senatus Populus Que Romanus <>

โรม

(อิตาลี: Roma อ่านว่า โรมา; อังกฤษ: Rome) เป็นเมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดของแคว้นลาซีโอและประเทศอิตาลี ตั้งอยู่ทางตอนกลางของประเทศ ในเขตตัวเมืองมีประชากรอาศัยอยู่ประมาณ 2.5 ล้านคน ถ้ารวมเมืองโดยรอบจะมีประมาณ 4.3 ล้านคน โดยมีจำนวนประชากรใกล้เคียงกับมิลานและเนเปิลส์

นอกจากนี้ โรมยังเป็นที่ตั้งของนครรัฐวาติกัน ซึ่งเป็นดินแดนที่ประทับของพระสันตะปาปาแห่งศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาธอลิกอีกด้วย


ประวัติศาสตร์โรม

มีมายาวนานถึง 2800 ปี จากหมู่บ้านเล็กๆในประเทศอิตาลีสมัยราว 9 ศตวรรษก่อนคริสตกาล เติบโตจนกลายเป็นอาณาจักรที่มีอารยธรรมที่ยิ่งใหญ่ที่ขยายอิทธิพลครบคลุม แถบเมดิเตอร์เรเนียนนานนับศตวรรษ และเป็นเมืองหลวงของประเทศในปัจจุบัน

วันพุธที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

Cupidon !!


Legend
In the Roman version, Cupid was the son of Venus (goddess of love) and Mercury (messenger god). In the Greek version he was named Eros and seen as one of the primordial gods (though other myths exist as well). Cupid was often depicted with wings, a bow, and a quiver of arrows. The following story is almost identical in both cultures; the most familiar version is found in Lucius Apuleius's Metamorphoses. When Cupid's mother Venus became jealous of the princess Psyche, who was so beloved by her subjects that they forgot to worship Venus, she ordered Cupid to make Psyche fall in love with the vilest thing in the world. When Cupid saw Psyche, however, he was so overcome by her beauty that he fell in love with her himself.
Following that, Cupid visited Psyche every night while she slept. Speaking to her so that she could not see him, he told her never to try to see him. Psyche, though, incited by her two older sisters who told her Cupid was a monster, tried to look at him and angered Cupid. When he left, she looked all over the known world for him until at last the leader of the gods, Jupiter, gave Psyche the gift of immortality so that she could be with him. Together they had a daughter, Voluptas, or Hedone, (meaning pleasure) and Psyche became a goddess. Her name "Psyche" means "soul."
Portrayal in art and literature

Caravaggio's Amor Vincit Omnia
In painting and sculpture, Cupid is often portrayed as a nude (or sometimes diapered) winged boy or baby (a putto) armed with a bow and a quiver of arrows.
The Hindu Kāma also has a very similar description. On gems and other surviving pieces, he is usually shown amusing himself with childhood play, sometimes driving a hoop, throwing darts, catching a butterfly, or flirting with a nymph. He is often depicted with his mother (in graphic arts, this is nearly always Venus), playing a horn. In other images, his mother is depicted scolding or even spanking him due to his mischievous nature. He is also shown wearing a helmet and carrying a buckler, perhaps in reference to Virgil's Omnia vincit amor or as political satire on wars for love or love as war.
Cupid figures prominently in ariel poetry, lyrics and, of course, elegiac love and metamorphic poetry. In epic poetry, he is less often invoked, but he does appear in Virgil's Aeneid changed into the shape of Ascanius inspiring Dido's love. In later literature, Cupid is frequently invoked as fickle, playful, and perverse. He is often depicted as carrying two sets of arrows: one set gold-headed, which inspire love; and the other lead-headed, which inspire hatred.
The best-known story involving Cupid is the tale of Cupid and Psyche.
In the Artemis Fowl book series, the character Holly Short's great-great grandfather is Cupid.
คิวปิด (อังกฤษ: Cupid, kyu pɪd) หรือ อีรอส (อังกฤษ: Eros, /ɪər ɒs หรือ ɛr ɒs/) เป็นเทพเจ้าแห่งความรักของโรมัน นิยมเรียกในภาษาไทยว่า "กามเทพ" มักวาดภาพเป็นเด็กชายตัวจ้ำม่ำ เปลือย มีกระบอกศรอยู่ข้างหลัง ในมือถือคันศร หรือกำลังน้าวศร

ตำนานเล่าความเป็นมาของเทพเจ้าองค์นี้ต่างๆ กันไป ซิเซโร (Cicero) ได้เล่าไว้ 3 ทางด้วยกัน ทางหนึ่งว่า เป็นโอรสของเมอร์คิวรี (เฮอร์มีส) และเทพีไดอานา (อาร์ทีมิส) อีกทางหนึ่งว่า โอรสของเมอร์คิวรี และวีนัส (อโฟรไดท์) และอีกทางหนึ่งว่า เป็นโอรสของมาร์ส (เอรีส ตามปกรณัมของกรีก) และวีนัส

สำหรับ พลาโตว่าไว้สองทาง ขณะที่ในเธโอโกนีของเฮสิออด ซึ่งเป็น ตำราเทวภูมิศาสตร์ (theoography) ที่เก่าแก่ที่สุดของ กรีกโบราณ ระบุว่า คิวปิด ถูกสร้างขึ้นมาพร้อมกับ เคออส และโลก
ในตำราเกี่ยวกับเทพเจ้าโบราณโดยทั่วไป ระบุว่ามีคิวปิดสององค์ หรือสองฝ่าย ฝ่ายหนึ่งว่าเป็นโอรสของจูปิเตอร์ (เซอุส) และวีนัส อีกฝ่ายหนึ่งว่าเป็นโอรสของนีกซ์ และเอเรบุส

ในตำนานการกำเนิดของคิวปิดส่วนใหญ่ที่ปรากฏบอกไว้ว่า เทพีวีนัสหรืออโฟรไดท์ ได้ ลักลอบเป็นชู้ กับเทพสงครามเอรีส (เนื่องจากฝ่ายหญิงได้สมรสแล้วกับเฮเฟสทัส เทพแห่งการช่าง แต่เทพีวีนัสไม่พอใจ เพราะเทพสวามีเอาแต่ขลุกตัวอยู่กับงานของตน
อีกอย่าง พระนางก็พอใจเทพเอรีสมาแต่แรก
แต่ที่ได้แต่งงานกับเทพเฮเฟสทัสเพราะเทพซีอุสยกพระนางให้เป็นรางวัลแก่เทพเฮเฟสทัส) จนกระทั่งมีโอรส ให้นามว่า คิวปิด หรือ อีรอส กล่าวกันว่า คิวปิดติดแม่มาก และเชื่อฟังแม่ทุกอย่าง เห็นเทพีวีนัสที่ใดก็ต้องมีโอรสคู่ใจอยู่ด้วยเสมอ แต่เวลาก็ล่วงเลยมานาน กามเทพที่สมควรจะเติบโตเป็นหนุ่มกลับไม่ยอมเติบโตขึ้นตามกาลเวลา เทพีผู้เป็นมารดาหนักใจมากจึงไปปรึกษาเทวี ธีมิส แห่งความยุติธรรม พระนางจึงได้คำตอบว่าที่เป็นเช่นนี้เพราะคิวปิดเหงา ไม่มีเพื่อนเล่น หากคิวปิดมีน้อง กามเทพน้อยก็จะเติบโตเอง ไม่นานจากนั้น เทพีอโฟรไดท์ก็มีโอรสอีกองค์กับเทพเอรีส ให้นามว่า แอนตีรอส (เทพแห่งการรักตอบ) คิวปิดจึงเติบโตขึ้นตามเวลา แต่เหล่าศิลปินยังคงปั้นคิวปิดเป็นเด็กอยู่เช่นนั้นเอง
ความรักของคิวปิด

ความรักครั้งแรกและครั้งเดียวของกามเทพหนุ่มเริ่มขึ้นด้วยความริษยาของเทพีผู้เป็นมารดา เทพีวีนัสนั่นเอง
ครั้งหนึ่งในยุคกรีกโบราณ พระราชากรีกพระองค์หนึ่งมีพระธิดาทั้งหมดสามองค์ พระธิดาองค์พี่ทั้งสองมีความงดงามสะคราญยิ่งนัก แต่ทว่าความงามใดเลยจะมาสู้ธิดาองค์เล็กที่มีนามว่า ไซคี (Psyche) ได้ พระบิดาพระมารดารวมทั้งผู้คนทั่วนครต่างพากันชื่นชมความงดงามของไซคี จนพระพี่นางทั้งสองต่างพากันอิจฉาริษยาไซคีในใจ
แต่ความงามเหนือใครของไซคีนี่เอง ทำให้เรื่องร้ายมาถึงตัว เพราะเทพีวีนัส เทพีแห่งความงามเกิดความริษยาเจ้าหญิงชาวมนุษย์ขึ้นมาจับใจ เพราะพระนางคิดว่าตนคือผู้มีความงามยิ่งกว่าใครมาตลอด แต่ตอนนี้ ชาวเมืองกลับยกย่องไซคีจนล้ำเส้นตำแหน่งพระนาง ของบวงสรวงให้แก่เทพีวีนัสก็ไม่มีเพราะผู้คนต่างไปชมโฉมเจ้าหญิงไซคีกันหมด เทพีวีนัสจึงคิดแผนการร้ายแรงเพื่อทำลายไซคีขึ้นมา เพื่อไม่ให้ผู้ใดใฝ่ฝันถึงนางอีก โดยที่พระนางได้สั่งให้คิวปิดผู้เป็นโอรสแผลงศรความรักให้ไซคีตกหลุมรักชายผู้มีนิสัยชั่วช้าที่สุดในแผ่นดินสักคน หรือบางตำนานก็กล่าวว่า ให้นางหลงรักอสุรกายน่ารังเกียจ แต่จุดหมายก็เพื่อให้เจ้าหญิงไซคีต้องทนทุกข์ทรมาณอย่างสาหัสสมใจพระนาง
แม้จะไม่อยาก แต่คิวปิดก็กลัวแม่และเชื่อฟังมามาตั้งแต่ต้น กามเทพหนุ่มจึงจำยอมทำตามแผนการของเทพีวีนัสอย่างช่วยไม่ได้ คิวปิดบินเข้าในที่ประทับของไซคีเมื่อนางหลับ และเตรียมพร้อมจะยิงลูกศรรักในมือใส่นางตามแผนการ แต่ทว่าด้วยความงดงามของไซคีทำให้คิวปิดถึงกับตะลึงค้างชมโฉมนางอยู่พักใหญ่ และเมื่อไซคีพลิกตัว กามเทพหนุ่มก็สะดุ้งตกใจจนศรรักในมือปักเข้าถูกร่างกายตนเอง ทำให้เป็น คิวปิด ที่หลงรักไซคีจนถอนตัวไม่ขึ้น
คิวปิดต้องพบกับสภาพกลืนไม่เข้าคายไม่ออก เพราะอีกฝ่ายหนึ่งก็คือมารดาที่เคารพรักอย่างสูง แต่อีกฝ่ายก็คือหญิงที่รักสุดหัวใจ สุดท้ายกามเทพหนุ่มจึงขอความช่วยเหลือลับๆจากเทพเจ้าองค์อื่นๆ ในการอยู่กินกับไซคีโดยไม่ให้เทพีวีนัสรู้
แผนการขั้นที่หนึ่งของคิวปิดเริ่มขึ้น ด้วยการขัดขวางไม่ให้มีใครมาสู่ขอไซคี เวลาผ่านพ้นไปนาน พระพี่นางทั้งสองได้ แต่งงาน ออกจากเมืองไป เหลือแต่ไซคีที่ยังเปล่าเปลี่ยวไม่มีใครมาสู่ขอ เพราะต่างก็คิดกันว่านางสูงเกินกว่าจะเอื้อมถึง พระบิดาของไซคีจึงบวงสรวงขอคำทำนายจากวิหารเดลฟีของเทพอพอลโล เพื่อหาคำตอบว่าเนื้อคู่ของไซคีเป็นใคร
แต่คำทำนายที่ได้มากลับทำให้ผู้คนทั่วนครตระหนกอย่างมาก เพราะมันได้กล่าวว่า เนื้อคู่ของไซคีเป็นอสุรกายที่น่าเกลียดน่ากลัวที่ไร้เทียมทานไม่มีผู้ปราบได้ ซึ่งตอนนี้กำลังรอคอยนางอยู่บนยอดเขา และห้ามไม่ให้นางมองดูสามีเป็นอันขาด ทุกคนต่างเศร้าสลดโดยเฉพาะเจ้าหญิงไซคี แต่นางก็ทำใจกับโชคชะตา ชาวเมืองและพระบิดาพระมารดาจัดขบวนส่งเจ้าสาวไปยังหน้าผาด้วยความโศกเศร้า ก่อนจะทิ้งเจ้าหญิงไว้เพียงคนเดียวบนยอดเขา
ไซคียืนอยู่บนหน้าผาด้วยความตระหนกเพื่อรอคอยการมารับของว่าที่สวามี ทันใดนั้น เทพลมเซฟิโรส ซึ่งเป็นลมตะวันออกก็ปรากฏตัวขึ้น และได้บรรจงพัดพาไซคีไปยังยอดขุนเขา ซึ่งมีตำหนักงดงามตั้งอยู่พร้อมกับสาธารณูปโภคครบครัน สวยงามเกินกว่าจะเป็นที่อยู่ของอสุรกายดังคำทำนาย ไซคีใช้ชีวิตอยู่ในตำหนักเพียงคนเดียวจนกระทั่งฟ้ามืด คิวปิดก็มาอยู่กับไซคีตามแบบสามีภรรยา ซึ่งพอแผนการสำเร็จ คิวปิดก็โกหกเทพีวีนัสว่าไซคีพบกับความวินาศตามที่พระนางตั้งใจไว้แล้ว
ทุกคนต่างมีความสุขกับสิ่งที่เกิดขึ้น จนกระทั่งความสงสัยในใจของไซคีเกิดทับถมจนยากจะเก็บ เพราะคิวปิดนั้นมาอยู่กับไซคีในเวลากลางคืนซึ่งมืดมิดมองอะไรไม่เห็น และรีบกลับไปเมื่อฟ้าใกล้สว่าง อีกทั้งความรู้สึกของนางบ่งบอกได้ว่าสวามีไม่ใช่อสุรกายน่าเกลียด ไซคีจึงขอดูใบหน้าที่แท้จริงของคิวปิด แต่กามเทพหนุ่มปฏิเสธ เพราะถ้าความลับแตก ไซคีก็จะเป็นอันตราย จึงขอให้นางสัญญาว่าจะไม่ดูรูปโฉมของเขา เพราะไม่เช่นนั้นเราคงจะไม่มีวันได้พบกันอีก ไซคีจึงให้สัญญา และใช้ชีวิตสามีภรรยากับคิวปิดในความมืดของเวลากลางคืนต่อมา
กระทั่งไซคีมีความต้องการอยากพบพี่สาวทั้งสองเป็นกำลัง คิวปิดอยากจะปฏิเสธแต่ก็เห็นแก่ภรรยา จึงสั่งให้เทพลมเซฟิโรสไปรับพระพี่นางของไซคีมาที่ตำหนัก พี่สาวทั้งสองฉงนกับเรื่องที่เกิดขึ้นมากเพราะคิดว่าน้องสาวตนคงต้องทรมาณกับการมีสามีอัปลักษณ์ แต่ทุกอย่างกลับตาลปัตรไปหมด พี่สาวทั้งสองซักถามถึงรูปร่างลักษณะของสามี แต่ไซคีตอบไม่ได้เพราะไม่เคยได้เห็นหน้าคิวปิด พี่สาวทั้งสองจึงยุให้ไซคีแอบดูโฉมหน้าของสามี และให้มีดแก่นางเพราะถ้าเป็นอสุรกายจริงๆจะได้ฆ่าทิ้งเสีย
ตกดึก คิวปิดก็มาอยู่กับไซคีดังเช่นเคย เมื่อคิวปิดหลับไปแล้ว ไซคีจึงลุกขึ้นจุดตะเกียงส่องดูหน้าสามี ภาพที่ปรากฏคือเทพบุตรหนุ่มรูปงามที่มีปีกขาวสะอาดซึ่งหล่อเหลาคมคายมากกว่าชายใดที่ไซคีเคยรู้จัก นางชมโฉมคิวปิดเพลิน น้ำมันตะเกียงร้อนๆหดรดคิวปิดจนเขาสะดุ้งตื่น คิวปิดโกรธไซคีมากที่ผิดสัญญา จึงได้หนีจากไซคีไป เมื่อไซคีรู้สึกตัวอีกทีก็พบว่านางกลับมาที่วังของตน หาใช่ตำหนักแสนสุขที่ได้อยู่ร่วมกับสามีอีกต่อไป
ไซคีเสียใจมากกับเรื่องที่เกิดขึ้น นางพร่ำโทษตัวเองที่ผิดคำสัญญา นางจึงตัดสินใจละทิ้งบ้านเกิดเมืองนอนเพื่อติดตามหาคิวปิด ซึ่งยากลำบากมากสำหรับผู้หญิงอ่อนบางแถมยังได้รับการเลี้ยงดูแบบเจ้าหญิงอย่างไซคี
แต่พี่สาวทั้งสองของไซคีกลับรู้สึกยินดี พร้อมทั้งไปที่หน้าผาเรียกเทพลมมารับ เพราะคิดว่าคิวปิดอาจจะรับพวกนางเป็นชายาแทนไซคี แต่เพราะเทพลมเซฟิโรสไม่ได้รับคำสั่งให้มา เมื่อพวกนางกระโจนออกจากหน้าผา พวกนางจึงตกเขาตาย
ไซคีซัดเซพเนจรรอนแรมตามหาคิวปิดอย่างยากลำบาก จนพบเข้ากับวิหารเทพีดิมิเทอร์ เทพีแห่งพืชผล ซึ่งของบูชานั้นวางระเกะระกะไม่มีระเบียบเพราะชาวไร่ต่างเหนื่อยล้าจากการทำงาน ไซคีจึงจัดระเบียบของเซ่นสรวงจนเรียบร้อย เทพีดิมิเทอร์พอใจมาก จึงบอกให้ไซคีไปที่วิหารของเทพีวีนัสเพื่อขออภัยโทษ
แต่เทพีวีนัสมีความริษยาแรง จึงหาทางกลั่นแกล้งไซคีต่างๆนานาๆ โดยให้ไซคีแยกเมล็ดข้าว ข้าวบาร์เล่ย์ ข้าวโพด ถั่ว และธัญญาหารชนิดต่างๆ ที่ปะปนอยู่ในฉางแยกออกมาให้เสร็จก่อนค่ำเพื่อให้นกพิราบของพระนางกิน ไซคีถึงกับท้อแท้ใจเพราะนางเป็นแค่หญิงมนุษย์ธรรมดา ไม่มีทางจะทำสิ่งที่เกินความสามารถเช่นนี้ได้แน่นอน
ในขณะเดียวกัน คิวปิดที่คอยเฝ้ามองดูแลไซคีอยู่ห่างๆ ตลอดเวลาก็ส่งมดฝูงใหญ่มาช่วยงานไซคี โดยมดทั้งหมดต่างแยกธัญญาหารอย่างเรียบร้อย และรีบกลับไปก่อนค่ำ
เทพีวีนัสกริ้วมากเพราะรู้ว่าไซคีไม่ได้ทำเอง และคนที่ช่วยเหลือนางก็คือโอรสของพระนางนั่นเอง จึงสั่งให้ไซคีไปเก็บขนแกะทองคำมาให้พระนาง ซึ่งแกะขนทองฝูงนั้นโหดร้ายมาก แต่เทพประจำแม่น้ำก็ช่วยเหลือไซคี บอกเคล็ดลับต่างๆ จนไซคีทำภารกิจที่สองสำเร็จ
เมื่อผู้เป็นสะใภ้สำเร็จภารกิจประทุษร้ายมาได้ทั้งสองครั้ง ทำให้เทพีวีนัสคิดแผนการร้ายกาจที่สุดขึ้นมาได้ โดยรับสั่งให้ไซคีนำผอบไปขอเครื่องประทินโฉมจากเทพีเพอร์ซิโฟเน มเหสีของเทพเฮดีสแห่งยมโลกมาถวายพระนาง ซึ่งหมายถึงการส่งไซคีไปตายนั่นเอง
ไซคีท้อถอยหมดกำลังใจอย่างมากเมื่อรู้ความหมายของเทพีวีนัส นางจึงคิดว่า ดีเหมือนกัน ในเมื่อสามีไม่เหลียวมองตนอีกต่อไปแล้ว ก็ไม่มีประโยชน์อันใดที่จะมีชีวิตอยู่อีกต่อไป ดังนั้น เจ้าหญิงไซคีจึงขึ้นไปยังยอดผาเตรียมตัวกระโดดฆ่าตัวตายไปสู่ยมโลกในทางลัด
แต่ยังไม่ทันที่ไซคีจะทำตามความตั้งใจ คิวปิดที่เฝ้ามองนางอยู่จึงเอ่ยปลอบประโลมนางอย่างอ่อนโยนด้วยความรักและสงสาร ทว่าทิฐิก็ยังทำให้กามเทพไม่ยอมปรากฏกายให้ไซคีเห็น ไซคีได้ยินเสียงปลอบใจปริศนานั้นก็ทำให้มีกำลังใจสู้ต่อ คิวปิดบอกวิธีต่างๆ ในการไปนรกอย่างปลอดภัยให้กับไซคี พร้อมกับย้ำเตือนนางไม่ให้นางเปิดผอบเครื่องประทินโฉมนั้นเป็นอันขาด
ไซคีทำตามที่คิวปิดบอกทุกประการยกเว้นประการสุดท้าย ด้วยความสงสัยอันเป็นพื้นฐานจิตใจมนุษย์ทำให้ไซคีเปิดผอบขึ้นดู ทันใดนั้นควันประหลาดก็พวยพุ่งใส่ไซคี ทำให้นางสลบแน่นิ่งลงไปทันที เพราะแท้จริงแล้วสิ่งในผอบคือ มนตร์แห่งการหลับใหล นั่นเอง
คิวปิดที่รอคอยไซคีอยู่ปากถ้ำยมโลกเห็นไซคีตกอยู่ในอันตรายเช่นนั้นก็รีบเข้ามาหาชายา พร้อมกับรวบรวมมนตร์เก็บในผอบและปลุกไซคีให้ฟื้นขึ้นมา
ไซคีดีใจมากเมื่อได้สวามีอีกครั้งหนึ่ง แต่คิวปิดก็ติเตียนนางเกี่ยวกับความอยากรู้อยากเห็นที่เป็นโทษแก่นางมาหลายครั้งแล้ว ไซคีกล่าวขอโทษ คิวปิดจึงบอกว่านางควรไปทำภารกิจที่ได้รับมาให้สำเร็จเสียก่อน
จากนั้นคิวปิดก็ขึ้นไปบนเขาโอลิมปัส ขอร้องแก่ทวยเทพทุกองค์ให้ช่วยเหลือ โดยเทพซีอุสขอให้เทพีวีนัสเลิกจงเกลียดไซคี และได้ประทานน้ำอมฤตแก่ไซคี เพื่อให้นางกลายสภาพเป็นเทพีอีกองค์หนึ่ง
ท้ายสุด ไซคีและคิวปิดก็มีธิดาด้วยกันหนึ่งองค์คือ เดลิซิโอ (Delicio - รากศัพท์ของคำว่า Delicious) ทั้งสองได้ครองค่อยู่ด้วยกันตราบนานเท่านานและไม่พลัดพรากจากกันอีกต่อไป
ในทางจิตวิทยา ชื่ออีรอสหมายถึงแรงขับของจิตสำนึกที่แสวงหาความสุขแก่ตนเอง

วันจันทร์ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

Justin Bieber หนุ่มน้อยคนหนึ่งที่มากความสามารถ



















Justin Drew Bieber
หรือที่พวกเรารู้จักเขาในนาม Justin Bieber

และตอนนี้เพลงที่นิยมอยู่ ((( ส่วนตัวค่ะชอบ ๆๆ))))


คือเพลง One Less Lonely Girl Justin Bieber

เนื้อเพลง : One Less Lonely Girl

There's gonna be one less lonely girl
One less lonely girl
There's gonna be one less lonely girl
One less lonely girl
How many I told you's
And start overs and shoulders
Have you cried on before
How many promises be honest girl
How many tears you let hit the floor
How many bags you'd packed
Just to take'em back, tell me that
How many either or's
But no more,
If you let me inside of your world
There'd be one less lonely girl
Oh oh
I saw so many pretty faces
Before I saw you, you
Now all I see is you
I'm coming for you (I'm coming for you)
No no
Don't need these other pretty faces
Like I need you
And when your mine in the world
There's gonna be one less lonely girl (I'm coming for you)
One less lonely girl (I'm coming for you)
One less lonely girl (I'm coming for you)
One less lonely girl
There's gonna be one less lonely girl (I'm coming for you)
I'm gonna put you first (I'm coming for you)
I'll show you what you're worth (That's what I'm gonna do)
If you let me inside your world
There's gonna be one less lonely girl
Christmas wasn't merry, 14th of February
Not one of'em spent with you
How many dinner dates, set dinner plates
And he didn't even touch his food
How many torn photographs I saw you taping back
Tell me that you couldn't see an open door
But no more,
If you let me inside of your world
There'd be one less lonely girl
Oh oh
I saw so many pretty faces
Before I saw you, you
Now all I see is you
I'm coming for you (I'm coming for you)
No no
Don't need these other pretty faces
Like I need you
And when your mine in this world
There's gonna be one less lonely girl (I'm coming for you)
One less lonely girl (I'm coming for you)
One less lonely girl (I'm coming for you)
One less lonely girl
There's gonna be one less lonely girl (I'm coming for you)
I'm gonna put you first
I'll show you what you're worth (That's what I'm gonna do)
If you let me inside your world
There's gonna be one less lonely girl
I can fix up your broken heart
I can give you a brand new start
I can make you believe
I just wanna set one girl free to fall (free to fall)
She's free to fall (fall in love)
With me
My hearts locked and nowhere that I got the key
I'll take her and leave the world
With one less lonely girl
There's gonna be one less lonely girl
One less lonely girl
There's gonna be one less lonely girl
One less lonely girl
One less lonely girl
One less lonely girl
One less lonely girl
There's gonna be one less lonely girl
I'm gonna put you first
I'll show you what you're worth
If you let me inside your world
There's gonna be one less lonely girl
One less lonely girl
One less lonely girl
One less lonely girl
There's gonna be one less lonely girl
I'm gonna put you first
I'll show you what you're worth
If you let me inside your world
There's gonna be one less lonely girl

เจ้าหนูมหัศจรรย์ Justin Bieber ที่เรียกว่าความสามารถวิ่งสวนทางกับอายุเพียงแค่ 15 ปี!!! หลังจากปล่อยเพลง One Time ให้ฮิตไปทั่วโลกติดชาร์ต Top 10 ของ Billboard Hot 100 ไต่ชาร์ตคลื่นเพลงสากลในบ้านเรามามาแล้ว ครั้งนี้เขากลับมาตอกย้ำความแรงกับซิงเกิ้ลที่ 2 ที่ชื่อว่า One Less Lonely Girl ในแนว Pop R&B ชวนฟังทั้งยังได้โปรดิวเซอรืชื่อดังอย่าง Ezekiel Lewis มาร่วมงานในเพลงนี้อีกด้วย ถูกหูและถูกใจนักฟังเพลงชาวไทยแน่นอน


(ขอเรียก เจบี นะค่ะ เรียกบีเบอร์แล้วตลกอ่ะ)
จบี เกิดเมื่อวันที่ 1 มีนาคม 1994 ตอนนี้ อายุ 15 ปีกำลังเป็นหนุ่มน้อยเลยละเป็นคน เมืองสตาฟฟอร์ด ออนตาริโอ ประเทศแคนนาดา

เจบีเป็นที่รู้จักตอนอายุ 12 ปีเพราะได้ตำแหน่งรองชนะเลิศในรายการ Stratford Idolในบ้านเกิดของเค้าเองในปี 2007 คุณแม่ของหนุ่มน้อยเจบีได้จัดทำ วีดีโอลงในเวปชื่อดัง Youtube.com


โดยเพลงที่ทำให้เจบีเป็นที่รู้จัก ก็คือเพลง So Sick ของตา Ne-Yo ที่เค้าร้องได้อยากเพราะพริ้่งเลยทีเดียว ไปฟังเองนะค่ะที่




หลังจากนั้นไม่นาน วิดีโอเพลงนี้แหละที่ ไปโดนตาโดนใจ Scooter Braun ผู้บริหารการตลาดของ So So Def Recordings(ที่ดังๆก็มี Janet Jackson,Bow Wow)นายคนนี้แหละ(ตอนนี้ก็เป็น ผจก.ส่วนตัวให้ด้วย) แนะนำน้อง บีเบอร์ หรือ เจบี ให้กับ Usher ซึ่งนำเจบีไปร้องเพลงให้ Antonio "L.A." Reid ฟังที่ Island Records(ผู้ค้นพบ LaFace Recordsที่ทำให้ Avril Lavigne,Toni Braxton,TLC, Usher, Ciara, OutKast,Dido,Kerli และ Pinkมียอดขายmulti-platinumเลยทีเดียว) หลังจากนั้น Bieber ก็ได้เซ็นต์สัญญากับ Island Recordsและ RBMG (RBMG-บริษัทร่วมของUsherกับReid)ตอนนี้ Bieber กำลังทำอัลบั้มชื่อ My World และมีเพลงที่ร้องร่วมกับUsher ก็คือเพลง One Time(Usherไปเป็นแขกรับเชิญเล่นเอ็มวีให้ด้วย)

วันศุกร์ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

20 เรื่องที่เธอควรจะรู้ไว้เกี่ยวกับวันวาเลนไทน์

1. วันวาเลนไทน์เกิดขึ้นระลึกถึงนักบุญเซนต์วาเลนไทน์ (Saint Valentine) ผู้รับโทษประหารในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 270 เพราะในยุคนั้นมีกฏหมายห้ามไม่ให้มีแต่งงานของพวกคริสเตียน แต่เซนต์วาเลนไทน์ยังแอบจัดงานแต่งงานให้กับคู่รักคริสเตียนจนถูกจับขังและรับโทษ โดยในขณะที่ถูกคุมขังนั้น เขาก็พบรักกับสาวตาบอดซึ่งเป็นลูกสาวของผู้คุม ด้วยความรักและคำอธิษฐานของเขา พระเจ้าได้ทรงโปรดให้ตาของสาวคนรักหายเป็นปกติ แต่เมื่อความนี้ล่วงรู้ถึงหูกษัตริย์ เซนต์วาเลนไทน์จึงถูกประหารชีวิตด้วยการตัดศรีษะ ต่อมาเมื่อคนทั่วไปทราบเรื่องราวจึงเกิดความประทับใจและยึดถือเอาวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ของทุกปีเป็น “วันแห่งความรัก” นั่นเอง


2. คนที่ฟ้าส่งมาให้รักเรามากที่สุดคือ พ่อแม่ เป็นรักไม่มีวันหมดอายุ ไม่มีเงื่อนไข เพราะต่อให้เราอ้วน น่าเกลียด พิการ ทำตัวงี่เง่ายังไง พ่อแม่ก็ยังรักและพร้อมจะเสียสละเพื่อเราเสมอ ดังนั้นในวันวาเลนไทน์ จึงอยากใหคุณๆ ทำดีต่อคุณพ่อคุณแม่ให้มากๆ นะคะ


3. คนที่ไม่มีแฟนไม่ใช่คนอาภัพน่าสงสารในวันวาเลนไทน์ เพราะคนโสดก็มีความรักได้ และคนที่น่าสงสารที่สุดก็คือคนที่ไม่มีความรักในหัวใจต่างหากล่ะ อีกอย่าง...คนที่มีแฟน แต่แฟนห่วยแตก ชีวิตเหมือนถูกขังให้ทรมานไปวันๆ น่าสงสารกว่าคนโสดเป็นไหนๆ


4. จากการสำรวจพบว่าในวัยเรียน เด็กคอซอง คนที่ให้ของขวัญบอกรักกันมากที่สุดในวันวาเลนไทน์ ไม่ใช่ “คู่รัก” แต่เป็น “เพื่อน” ดังนั้นอย่าเครียดไปเลยที่แม้ว่าจะยังไม่มีแฟนมาควงแขนอวดใครในวันวาเลนไทน์ เพราะถึงยังไง เราก็ยังมีเพื่อนมากมายที่มอบความรักต่อกันได้อยู่นะ


5. กุหลาบราคาแพงไม่ได้แสดงว่าเค้ารักเรามากจริงๆ ดังนั้นอย่าไปเชื่อคำพูดของใครว่า รักเรามาก เพียงเพราะเค้าให้ดอกกุหลาบราคาแพงหูฉี่ เรื่องแบบนี้อยู่ที่ใจล้วนๆ


6. ครูที่ปรึกษาหลายท่านร้องไห้ด้วยความทราบซึ้ง เมื่อลูกศิษย์ประจำห้องมอบดอกกุหลาบวันวาเลนไทน์ให้ท่านคนละดอก ลองวางแผนเซอร์ไพร้ส์ครูดูไหมล่ะ ให้เพื่อนๆ เอาดอกไม้ไปไหว้ครูพร้อมๆ กัน ได้เห็นครูน้ำตาร่วงเพราะซึ้งใจชัวร์ดิ


7. เมื่อเธอมองรอบตัว จะพบสิ่งมีชีวิตอย่างน้อย 1 อย่างที่รอความรักจากเธอในวันนี้ อาจเป็นหมาจรจัดที่รออาหาร 1 มื้อจากเธอ เด็กขอทานที่ไม่ได้กินข้าวมาหลายมื้อ ลองเป็นผู้ให้ความรักแก่พวกเขา มีเมตตาแก่พวกเขาดู แล้วเธอจะเต็มอิ่มไปด้วยรักในหัวใจ


8. คนที่ได้ดอกกุหลาบมากที่สุด ไม่ได้หมายความว่าคนๆ นั้นจะมีความรักที่น่าอิจฉาที่สุด ตรงกันข้าม คนที่ไม่ได้ของขวัญวาเลนไทน์ซักชิ้น อาจจะมีรักที่น่าอิจฉาที่สุดเลยก็เป็นได้


9. ของขวัญวาเลนไทน์ที่มีค่าที่สุด อาจลงทุนน้อยที่สุด เช่น การ์ดที่ตั้งใจทำกับมือ ดาวกระดาษที่พับมาเป็นเดือนๆ หรือของราคาถูกแต่ตั้งใจหาซื้อมาด้วยใจ เพราะฉะนั้น อย่าตีค่าความรักของใครด้วยราคาของขวัญที่เค้าให้ เราดูที่การกระทำดีกว่านะ ก็มีค่ายิ่งใหญ่สุดๆ แล้ว


10. เดือนกุมภาพันธ์ซึ่งเป็นเดือนแห่งความรัก กลับเป็นเดือนที่มีวันน้อยที่สุดของปี บอกให้เรารู้ว่า ความรักจะสั้นหรือยาวไม่ได้อยู่ที่วันเวลาที่คบกันมา แต่อยู่ที่การทำทุกนาทีให้มีค่าร่วมกันนะจ๊ะ


11. วันวาเลนไทน์ไม่ใช่วันเสียตัวแห่งชาติ เรื่องนี้สำคัญมาก เพราะกลายเป็นแฟชั่นแปลกๆ ไปแล้วว่าวาเลนไทน์โรงแรมม่านรูดจะต้องเต็ม! ไม่เวิร์คเลย เพราะที่สุดแล้ว คนที่จะต้องมานั่งเสียใจในภายหลังก็คือเราคนเดียวเท่านั้น การมีอะไรกันไม่ได้บ่งบอกว่ารักกันเสมอไป ควรมีเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมเท่านั้น


12. วันวาเลนไทน์ แม้จะตื่นเต้นยังไง ก็ยังต้องเรียนหนังสือ ไม่ใช่เอาแต่เหม่อมองรอคอยใครมาให้ดอกไม้ หรือร่าเริงโดดเรียนไปเที่ยวซะงั้น บางคนพอถึง วันวาเลนไทน์ สติแตก เอาแต่วางแผนว่าจะเซอร์ไพร้ส์แฟนยังไง ทำอะไรบ้าง สรุป วันนี้สอบตกเพราะไร้สติโดยสิ้นเชิงล่ะ


13. คนโสดก็มีวาเลนไทน์ที่อบอุ่นได้แค่เพียงรักตัวเอง ขอให้จำไว้เลยว่า แค่เพียงเราใช้วันวาเลนไทน์เป็นวันที่เราดูแลสุขภาพร่างกาย มอบความรัดให้ตัวเอง เราก็จะเป็นผู้หญิงที่น่าอิจฉาที่สุดได้อยู่แล้ว


14. อย่าเสียเงินไปซื้อดอกไม้หรือตุ๊กตามาเดินถือ เพียงเพราะกลัวขายหน้าที่ยังไม่มีใครให้ของขวัญวาเลนไทน์ มันเป็นอะไรที่ไร้สาระมากๆ เพราะการเดินมือเปล่าในวันวาเลนไทน์ไม่ใช่เรื่องน่าอายซักกะหน่อย ถ้ารวยนักละก็ เอาเงินไปบริจาคให้เด็กยากจนดีกว่านะ


15. ถ้าอยากให้ของขวัญวาเลนไทน์ที่อยู่นานๆ ต้นไม้ในกระถางก็น่ารักดี ดีกว่าดอกไม้ราคาแพงหูฉี่ แต่สามวันเน่า ลองไปหาซื้อไม้ใบ ไม้ดอกสวยๆ เอามามอบให้กัน ราคาถูกกว่า แถมอยู่ได้นานกว่าด้วย อีกอย่างมันก็มีความหมายเป็นนัยๆ ว่า รักของเราจะมั่นคงยาวนาน เหมือนต้นไม้ที่เติบโตและไม่เหี่ยวเฉาง่ายๆ ถ้าได้รับการดูแลอย่างดีนะจ๊ะ


16. ผู้ชาย 55 เปอร์เซ็นต์ มองว่าการให้ดอกไม้วาเลนไทน์เป็นเรื่องไร้สาระ บางคนถือว่าการให้ดอกไม้ผู้หญิงเป็นพวกเชยระเบิด เพราะฉะนั้นอย่ามัวแต่หวังว่ามีแฟนแล้ว เค้าจะต้องทำเซอร์ไพร้ส์ให้เราวันวาเลนไทน์ เพราะความรักของเค้าอาจจะไม่ได้โฟกัสที่ตรงจุดนั้น


17. สิ่งที่จะทำให้ผู้ชายซึ้งใจและรักเรามากคือความเข้าใจ ไม่ใช่ของขวัญวาเลนไทน์ราคาแพง เพราะฉะนั้นไม่จำเป็นเลยที่เราจะต้องอดข้าว อดน้ำเพื่อซื้อของราคาแพงเกินตัวให้เค้า ถ้าเค้ารักเราจริง เค้าคงไม่สบายใจที่เห็นเราต้องทรมานตัวเองแบบนั้นหรอกนะ ความเข้าใจในตัวของเค้าและอยู่กับเค้าโดยสร้างความสุขให้กันได้ทุกวัน สำคัญสุดแล้ว


18. โลกของเราก็อยากได้ของขวัญวาเลนไทน์จากเธอ ลองหันมารักโลก ทำสิ่งดีๆ ให้โลกกันดูไหม เช่น ปลูกต้นไม้ สัญญากับตัวเองว่าจะลดการใช้ถุงพลาสติก ประหยัดไฟ ประหนัดน้ำ ฯลฯ แบบนี้ก็ดีเหมือนกันนะ



19. ความสำคัญของการมีแฟนไม่ได้อยู่ที่มีคนเดินด้วยในวันวาเลนไทน์เท่านั้น ฉะนั้นอย่าคิดโง่ๆ แค่ว่า อยากมีแฟนเพราะจะได้มีคนมาเดินข้างๆ ในวันวาเลนไทน์ จนต้องรีบควานหาเอาใครก็ได้มาเคียงคู่ เพียงเพราะว้อนท์อยากมีแฟนใจจะขาด แบบนั้นเธอเสี่ยงจะเจอรักคุดหรือรักสุดอะเฟดได้



20. เราสามารถมีวันวาเลนไทน์ได้ทุกวัน แค่เพียงทำทุกวันให้เป็นวันแห่งความรัก ดูแลกันและกันทุกวัน ใส่ใจกันทุกวัน แล้วเธอก็จะพบว่า ไม่ว่าวันไหน โลกก็เป็นวีชมพูได้ แค่เพียงยังมีกันและกันอยู่เสมอ