วันจันทร์ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2553

5 ของขวัญจากเมืองไทย ทีเด็กนอก(บ่น)อยากได้สุดๆ





อาหารไทย
ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงข้าวกล่องแช่แข็งอะไรแบบนั้นนะคะ แต่ส่วนมากที่อยากได้กันมากๆ เห็นจะเป็นพวกน้ำพริก ผงเครื่องปรุงต่างๆ เช่น ผงเครื่องต้มยำ ผงแกงส้ม ผงแกงเขียวหวาน ผงพะโล้ เพราะในบางประเทศก็หาซื้อยากค่ะ และอีกอย่างที่บ่นว่าอยากได้กันเยอะมากๆ ช่วยส่งไปให้หน่อยเถอะก็คือ "หมูแผ่น" ค่ะ เพราะจะเอามากินเปล่าๆ เป็นของกินเล่น หรือจะกินกับข้าว ก็สามารถรอดตายไปได้อีกหนึ่งมื้อ 5555 ส่วนพวกบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเนี่ย ส่วนมากบอกว่าหาซื้อได้ไม่ยาก หรือถ้าหาซื้อของไทยไม่ได้ ก็กินพวกราเมงญี่ปุ่นเกาหลีอะไรพวกนี้แทนก็ถือว่าโอเคค่ะ


คู่มือทำอาหารไทย
โอ๊ย อันนี้ฮามากค่ะ บางคนนี่ตอนอยู่ไทยทำอาหารอะไรไม่เป็นซักอย่าง เวลาเข้าครัวที เละไปทั้งครัว ! ดังนั้น ไหนๆ ก็ส่งผงเครื่องปรุงมาแล้ว อย่าลืมส่งคู่มือทำอาหารมาให้ด้วยละกันนะ 5555 เพราะบางทีเวลาเข้าครัวก็ขี้เกียจเปิดเน็ตเซิร์ชสูตรอาหาร อยากได้เป็นคู่มือทำอาหารดีๆ ซักเล่มมากกว่า ใช้ได้ตลอดปีตลอดชาติ อิอิ ไม่งั้นล่ะก็ ต่อให้มีเครื่องปรุงครบทุกอย่าง แต่ทำไม่เป็น ก็จบกันล่ะสิทีนี้ !


ซองใส่พาสปอร์ต
อันนี้น้องผู้หญิงเค้ารีเควสท์มาค่ะ เพราะผู้หญิงก็มักจะคู่กับของจุกจิกน่ารักๆ อยู่แล้ว น้องๆ หลายคนเค้าเลยอยากได้ของขวัญปีใหม่เป็นซองใส่พาสปอร์ตลายน่ารักๆ ค่ะ ถึงแม้จะไม่ได้พกพาสปอร์ตติดตัวไว้ตลอดเวลา แต่นานๆ ทีเวลาหยิบพาสปอร์ตขึ้นมาดูแล้วเห็นซองน่ารักๆ อุ๊ย น่ารักจัง ก็ทำให้เจริญหูเจริญตาได้เหมือนกันนะ 5555 เข้าท่าดีเหมือนกันนะคะ พี่เป้ เองก็ชอบเหมือนกัน เห็นแล้วมันมีความสุขจริงๆ อะ อันที่จริงเมืองนอกก็มีขายนะคะ แต่บางทีก็ไม่น่ารักเท่าที่ไทยอ่ะค่ะ


ปฏิทิน
แน่นอนเลยค่ะ ขึ้นปีใหม่ทั้งที ปฏิทินเป็นของสำคัญมากๆ แต่ถ้าไปอยู่เมืองนอก ก็มีแต่ปฏิทินของประเทศนั้นๆ เลยอยากได้เป็นของไทยมากกว่า ส่วนลายบนปฏิทินนั้น น้องๆ ชาวเรียนต่อนอกเค้าฝากบอกมาว่า เป็นลายอะไรก็ได้ แต่จริงๆ อยากได้เป็นพวกทะเลภูเขาทีเป็นวิวของเมืองไทย เวลาเห็นแล้วจะได้นึกถึงบ้าน ^___^


รูปเพื่อนๆ ในกลุ่ม
หลายคนฝากบอกมาอีกว่า ปีใหม่ทั้งที อยากให้เพื่อนๆ ในกลุ่มในแก๊งเขียนจดหมายไปหาบ้างอะไรบ้าง เพราะถึงจะแชทกันบ่อย แต่มันก็เป็นแค่ตัวอักษรที่จับต้องไม่ได้ เลยอยากได้จดหมายหรืออะไรที่เป็นรูปเป็นร่างแบบสัมผัสได้ เวลาคิดถึงทีไรจะได้หยิบมาดู แล้วอย่าลืมแนบรูปกลุ่มที่ถ่ายด้วยกันล่าสุดเอาใส่กรอบสวยๆ จะได้เอาไปตั้งไว้บนหัวนอน ทุกๆ เช้าที่ตื่นนอนและทุกๆ คืนก่อนนอน จะได้เห็นหน้าเพื่อนตลอดเวลา



อ่านต่อ : http://www.dek-d.com/content/studyabroad/23181/5-ของขวัญจากเมืองไทย-ปีใหม่.php#ixzz19JjxnhOK

วันอาทิตย์ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2553

ช็อค ! 10 เรื่องร้ายก่อนการมีเซ็กส์ก่อนวัยอันควร

พบ กับเรื่องร้ายๆ 10 ข้อที่เกิดจากเซ็กส์ก่อนวัยอันควร เพื่อเป็นแนวทางคิดก่อนที่จะเผลอทำอะไรลงไปด้วยตัณหาราคะ โดยเฉพาะหญิงสาว แม้โลกจะยอมรับให้สิทธิเท่าเทียมชาย แต่ท่านมักจะเสียเปรียบเสมอ

1. ท้อง และ แท้ง ยิ่งในวัยเรียนการได้รับปริญญาใจก่อนกำหนด 4 ปีการศึกษานั้น มันทำลายชีวิตมากพอตัวเชียวนะ มีน้อยคนที่จะทนอุ้มท้องไปนั่งร่วมชั้นเรียนกับเพื่อน และเชื่อเลยว่าคงไม่มีสถานศึกษาใดสนับสนุนด้วย เมื่อชีวิตของการเป็นแม่เริ่มต้นขึ้น ความพร้อมสำหรับทารกน้อยๆ ย่อมคลุกคลัก ปัญหาปากท้องและสังคมก็จะตามมาทีหลัง ส่วนใครที่ไม่เกรงต่อบาป ยืนยันว่าฉันจะทำแท้งนั่นก็เท่ากับว่าทำร้ายตัวเองไปเสียแล้ว แต่ถ้ามั่นใจว่า “ฉันไม่ท้องหรอกย่ะ ป้องกันดี” จากการวิจัยระบุว่าแม้จะมีการใช้ถุงยางอนามัย ก็ยังมีโอกาสพลาดได้สูงถึง 21% เนื่องจากคุณภาพของถุงยางเสื่อม หรือใช้ไม่ถูกต้องและการใช้ยาเม็ดคุมกำเนิดก็มีโอกาสพลาดได้สูงถึง 5%


2. ซึมเศร้า เพราะวัยรุ่นยังไม่ใช่วัยที่จะตั้งรากปักฐานกับใครผู้ใด ยังเป็นวัยแห่งการแสวง เพราะฉะนั้นการเปลี่ยนคู่นอนจึงเกิดเสมอๆ การซึมเศร้าที่เกิดจากขาดความรักที่ยั่งยืนอาจเกาะกินหัวใจคนเราได้


3. ติดโรค อันนี้น่ากลัวนะครับอย่างที่บอกในข้อ 2 ว่าวัยรุ่นเป็นเพียงวัยแสวงหา น้อยคนนักที่จะพบรักแท้ยืนยาวเหมือนชีวิตคู่ผู้ใหญ่ การเปลี่ยนคู่นอนบ่อยๆ ย่อมเกิดโรคตามมาแม้จะป้องกันก็ตาม

4. อาจทำให้เรียนซ้ำชั้นได้ เพราะมุ่งมั่นทำแต่คะแนนรักไม่สนใจการเรียน

5. เป็นขี้ปากชาวบ้าน โดยเฉพาะพวกขี้อิจฉา โดนนินทาว่าเสียตัวแล้วบ้าง เปลี่ยนแฟนอีกแล้ว โดนแฟนทิ้งอีกแล้วบ้าง สำหรับผู้ชายก็อาจจะเป็นที่รังเกียจของสาวดีๆ โดยข้อหานักล่าผู้หญิง หรือนักล่าพรหมจรรย์ ฟังดูน่ากลัวนะครับ แต่เชื่อเลยว่าใครที่อ่านถึงข้อนี้ หัวเราะชัวร์

6. เกิดการหมิ่นเกียรติกันและกันระหว่างชายหญิง ต่างฝ่ายมองว่าอีกฝ่ายเป็นเพียงตัวสนองความใคร่ ไม่มีรักแท้จีรัง ก่อนที่จะรู้จักกันอย่างแน่นแฟนเราอาจจะมองเขาในแง่อื่นไปเสียแล้ว

7. ถูกหลอกซ้ำซาก เพราะเคยปล่อยตัวและใจให้คนก่อนและความต้องการรักแท้ เพราะฉะนั้นคำว่ารักก็อาจจะกลายเป็นแค่ตะขอเบ็ดเกี่ยวเยื่อเท่านั้น

8. ใคร่มากกว่ารัก วัยรุ่นอาจจะต้องการมีเพศสัมพันธ์มากกว่ารัก และเข้าใจคำว่ารักผิดไป สุดท้ายส่งผลให้ไม่เข้าใจกันในที่สุด

9. ผิดหวังในรัก เมื่อคนดีที่เหมาะกับเราเข้ามาในชีวิต เมื่อเขารู้เรื่องราวในอดีตก็อาจจะหลีกหายไปได้ หรือเราเองอาจจะรู้สึกผิดกับอดีตไม่กล้าสู้หน้าเขาหรือเธอคนนั้น จนกลายเป็นคำว่า เธอดีเกินไป หรือเธอไม่คู่ควรกับฉัน เพราะเธอมันช่ำชอง ไม่น่าไว้วางใจ

*10. สร้างความร้าวฉานในชีวิตคู่ เรื่อง ราวในอดีตไม่สามารถลบมันได้ แม้เราจะพยายามลืมไปเท่าไหร่ก็ตาม เมื่อคู่ชีวิตล่วงรู้อดีตกาลของเราย่อมเกิดความไม่ไว้เนื้อเชื่อใจ ชีวิตคู่จะมีความสุขได้อย่างไร แก้วเริ่มร้าวไม่นานก็แตก และไม่อาจประกอบได้ดั่งเดิม

วันอังคารที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2553

10 เคล็ดลับดีๆ กับวิธีเลือก กางเกงยีนส์


ทำไมผู้หญิงทั่วโลกหลงรัก กางเกงยีนส์ ก็เพราะ กางเกงยีนส์ ช่วยให้ดูเพรียวและเซ็กซี่น่ะสิ แต่การเลือกกางเกงยีนส์ ให้เหมาะกับรูปร่างนั้นยากกว่าเลือกบิกินี่ซะอีก นี่คือคู่มือที่จะช่วยให้คุณค้นพบ กางเกงยีนส์ ในฝัน

1. เลือกซื้อไซส์เล็กกว่าขนาดจริง 1 เบอร์ อย่าเพิ่งคิดว่าจะฟิตเกินไป เพราะเมื่อใส่ไปสักพัก เนื้อผ้าจะขยายออก 10%

2. ถ้าเจอตัวที่ถูกใจซื้อไว้เลย 2 ตัว ตัวแรกตัดให้พอดีข้อเท้า ไว้ใส่กับรองเท้าส้นแบน อีกตัวทิ้งความยาวปลายขาไว้ เพื่อใส่กับรองเท้าส้นสูง

3. เลือกกางเกงยีนส์แบบซิป เพราะใส่ง่ายและแนบกับสรีระมากกว่าแบบกระดุม

4. อย่าลืมเอาเข็มขัดไปด้วย เพื่อลองกางเกงพร้อมกับเข็มขัด จะได้รู้ว่าใส่พอดีและเข้ากันดีหรือไม่

5. นำไปซักก่อนการแก้ไขใดๆ เพราะหลังจากการซักกางเกงยีนส์อาจหดตัว ทำให้ขนาดเปลี่ยนไป

6. รักษาตะเข็บที่ปลายขาไว้ การตัดขากางเกงแบบต่อปลายตะเข็บเดิม อาจแพงกว่า แต่ก็ช่วยให้กางเกงตัวเก่งของคุณสวยสมบูรณ์แบบ

7. ซักด้วยน้ำเย็นทุกครั้ง เพราะน้ำอุ่นจะทำให้กางเกงยีนส์หดตัว อย่าลืมกลับด้านก่อนซักเพื่อป้องกันสีซีดจาง

8. หลีกเลี่ยงการใช้น้ำยาปรับผ้านุ่ม เพราะสารเคมีอาจทำลายสีของกางเกงให้ซีดจาง

9. อย่ารีดด้วยความร้อนสูง เพราะความร้อนอาจทำให้เนื้อผ้าหดตัว

10. ซักแห้งดีที่สุด เพราะช่วยให้สีของกางเกงยีนส์ยังคงเดิมอยู่เสมอ (โดยเฉพาะสีเข้ม)

Label Lingo 5 ศัพท์ ควรรู้ของกางเกงยีนส์

1. Rise ความยาวระหว่างเป้ากางเกงถึงขอบเอว เพื่อดูว่า เอวสูงหรือเอวต่ำ
2. Whiskering ลายทางริ้วบนกางเกงยีนส์เพื่ออำพรางจุดด้อยบริเวณสะโพก
3. Inseam รอยตะเข็บด้านข้าง ตั้งแต่เป้าจนถึงปลายขากางเกง
4. Wash สีสันและวิธีการฟอกกางเกงยีนส์
5. Boot-cut ทรงกางเกงที่เข้ารูป บริเวณสะโพกแล้วค่อยๆ บานออกใต้หัวเข่า

วันเสาร์ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2553

น้ำมันทานตะวัน อาจเพิ่มเสี่ยงสมองเสื่อมอัลไซเมอร์


พวกเราคงจะมีประสบการณ์เห็นคนสูงอายุ... อายุยืนแบบป้ำๆ เป๋อๆ หรือนักการเมืองที่พูดจา 5 ชั่วโมงจับสาระไม่ได้สักคำมาแล้วไม่มากก็น้อย

วันนี้มีข่าวเกี่ยวกับอาหารที่เพิ่ม และลดความเสี่ยงสมองเสื่อมอัลไซเมอร์มาฝากค้ะ

...

ท่านอาจารย์ดอกเตอร์ปาสคาล บาร์เบอร์เกอร์-กาโต แห่งสถาบันสุขภาพแห่งชาติ และสถาบันวิจัยการแพทย์ เมืองบอโดซ์ ฝรั่งเศสทำการศึกษากลุ่มตัวอย่างผู้ชายและผู้หญิงที่มีสุขภาพดี 8,000 คน อายุ 65 ปีขึ้นไป

ผลการศึกษาพบว่า อาหารที่มีไขมันชนิดโอเมกา-3 สูง เช่น ปลาทะเล น้ำมันคาโนลา ฯลฯ ช่วยลดความเสี่ยงโรคสมองเสื่อมได้

...

เมื่อทำการวิเคราะห์เจาะลึกลงไปพบข่าวดีคือ

การกินปลาทะเลสัปดาห์ละ 1 ครั้งขึ้นไป > ลดความเสี่ยงได้ 40%
การกินผักผลไม้วันละ 1 ครั้งขึ้นไป > ลดความเสี่ยงได้ 30%
...

ทีนี้ข่าวดีย่อมมาคู่กับข่าวร้าย... ข่าวร้ายคือ การกินน้ำมันพืชที่มีสารโอเมกา-6 สูง เช่น น้ำมันทานตะวัน ฯลฯ เพิ่มความเสี่ยงสมองเสื่อมเป็น 2 เท่า

น้ำมันที่คนไทยใช้ประมาณ 70% เป็นน้ำมันปาล์ม ที่เหลือเป็นน้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันหมู น้ำมันรำข้าว และน้ำมันพืชอื่นๆ ปนกัน

...

วิธีเลือกน้ำมันง่ายๆ มีดังต่อไปนี้

หลีกเลี่ยงน้ำมันที่มีไขมันอิ่มตัวสูง ซึ่งจะทำให้ร่างกายสร้างโคเลสเตอรอล หรือไขมันในเลือดชนิดเลว (LDL) เพิ่มขึ้นได้แก่ น้ำมันมะพร้าว กะทิ น้ำมันปาล์ม น้ำมันสัตว์ เช่น น้ำมันหมู ฯลฯ
หลีกเลี่ยงน้ำมันพืชที่มีไขมันไม่อิ่มตัวชนิดโอเมกา-6 สูง เช่น น้ำมันทานตะวัน ฯลฯ
ใช้น้ำมันรำข้าวผสมน้ำมันถั่วเหลืองแทน หรือถ้ามีฐานะดีหน่อย... ควรเลือกใช้น้ำมันมะกอกหรือคาโนลา
กินปลาทะเลสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง ซึ่งควรเน้นปลาที่ไม่ผ่านการทอด เนื่องจากถ้าทอดจะทำให้น้ำมันปลาซึมออก น้ำมันที่ทอดซึมเข้า ทำให้ได้น้ำมันที่ทอดแทนน้ำมันปลา
...

การศึกษานี้บ่งชี้อะไรบางอย่างเหมือนกันคือ แม้แต่เมล็ดทานตะวันก็ไม่ควรกินบ่อย เนื่องจากเมล็ดพืชมีน้ำมันพืชปนอยู่หลายสิบเปอร์เซ็นต์

อาจารย์ซูซาน โซเรนเซอร์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย แห่งสมาคมสมองเสื่อมอัลไซเมอร์กล่าวว่า อาหารที่มีส่วนช่วยป้องกันสมองเสื่อมอัลไซเมอร์ได้แก่ อาหารแบบเมดิเตอร์เรเนียน

...

อาหารแบบเมดิเตอร์เรเนียนมีลักษณะสำคัญได้แก่ เนื้อน้อย หนักไปทางผัก ผลไม้ ปลาทะเล น้ำมันมะกอก และธัญพืชไม่ขัดสี(ขนมปังโฮลวีท หรือข้าวสาลีไม่ขัดสี)

อาหารไทยเราไม่มีน้ำมันมะกอก ทว่า... มีน้ำมันที่มีไขมันไม่อิ่มตัวตำแหน่งเดียว (monounsaturated fatty acid / MUFA) ค่อนข้างสูงคล้ายๆ กันคือ น้ำมันรำข้าว น้ำมันอีกอย่างที่มีคุณสมบัติคล้ายกันคือ น้ำมันถั่วลิสง (มีจำหน่ายในพม่า)

...

ถ้าเราต้องการปรับอาหารไทยให้เป็นอาหารสุขภาพคล้ายๆ อาหารเมดิเตอร์เรเนียนที่ดีกับสุขภาพมาก... เราคงต้องปรับเปลี่ยนดังต่อไปนี้

เปลี่ยนข้าวขาวเป็นข้าวกล้อง
กินผักครึ่งหนึ่ง-อย่างอื่นครึ่งหนึ่ง (ผลไม้ท้งผล ไม่ใช่น้ำผลไม้ + ปลา) แบบที่กรมอนามัยแนะนำ
กินผัก-น้ำพริกอย่างน้อยวันละ 1 ครั้ง
เปลี่ยนน้ำมันไปใช้น้ำมันมะกอก น้ำมันคาโนลา หรือน้ำมันรำข้าวผสมน้ำมันถั่วเหลือง และกินอาหารทอดไม่เกินวันละ 1 มื้อ
...

และอย่าลืมออกกำลังอย่างน้อยเทียบเท่าการเดินเร็ววันละ 30 นาที หรือเพิ่มเป็น 60 นาทีถ้าอ้วน หรืออ้วนลงพุง (เส้นรอบเอวเกิน 90 เซนติเมตรในผู้ชาย หรือ 80 เซนติเมตรในผู้หญิง)

ถึงตรงนี้... ขอให้พวกเรามีสุขภาพดีไปนานๆ ค่ะ

ที่มา

Thank BBC > Heathy diet 'cuts dementia risk' > [ Click ] > November 13, 2007. / J Neurology.
ข้อมูลและการอ้างอิงในบล็อก "บ้านสุขภาพ" เป็นไปเพื่อส่งเสริมสุขภาพ และป้องกันโรค ไม่ใช่รักษาโรค
ท่านที่มีโรคประจำตัวควรปรึกษาหมอ พยาบาล เภสัชกร หรืออนามัยที่ดูแลท่านก่อนนำข้อมูลไปใช้
ขอขอบคุณอาจารย์ณรงค์ ม่วงตานี > สนับสนุนเทคนิค iT.
นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ > 15 พฤศจิกายน 2550.

วันศุกร์ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2553

10 อาหารต้านโรคภัยในหน้าหนาว


10. ถั่วเหลือง ช่วยต้านการเกิดมะเร็งเต้านม ลดความเสี่ยงการเกิดมะเร็งมดลูก สาวๆที่อยากห่างไกลโรคนี้อย่าลืมรับประทาน นำเต้าหู้แกงจืดเต้าหู้ หรืออาหารอื่นๆที่มีเต้าหู้เป็นส่วนประกอบเป็นประจำ


9 สตรอเบอรี่ เป็นผลไม้ที่ดีที่สุดในการกำจัดอนุมูลอิสระ ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดมะเร็งร้าย และให้พลังงานต่ำ มีวิตามินซีสูง8. โยเกิร์ต เชื่อหรือไม่ว่าการที่ผู้หญิงรับประทานโยเกิร์ตวันละ 1 ถ้วย ช่วยลดการติดเชื้อในช่องคลอดได้ถึง 50% เพราะจุลินทรีย์แลคโตบาซิลลัสในโยเกิร์ตจะกระตุ้นร่างกายสร้างสารต้านการติดเชื้อ ทั้งช่วยลดอาการอ่อนเพลียและทำให้สดชื่นแจ่มใส ต่อไปเห็นที่จะต้องรับประทานโยเกิร์ตทุกวันซะแล้ว


7. บรอกโคลี ในดอกตูมของบรอกโคลีมีสารป้องกันมะเร็งมากกว่าต้นแก่ 30 -50 เท่า


6. ถั่วดำ มีสารต้านโรคโลหิตจาง และมีวิตามินบีและโปรตีนอีกหลายชนิด


5. จมูกข้าวสาลี มีธาตุสังกะสีมาก จึงช่วยขจัดสิวอันเป็นปัญหาของผิวพรรณได้ดี ถ้าเติมจมูกข้าวสาลีในโยเกิร์ตหรือธัญพืชกรอบ มื้อเช้าของคุณเป็นประจำ ผิวหน้าของคุณจะผ่องใสไร้สิวแน่นอน



4. มันเทศ อุดมไปด้วยวิตามินเอ ซีและอี ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระและช่วยป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจตีบได้อีกด้วย ดังนั้นควรเพิ่มเมนูมันเทศเข้าเป็นอาหารประจำบ้านคุณเพื่อสุขภาพที่ดี

3. หอมหัวใหญ่ มีสารเคอร์เซทีน จึงช่วยเพิ่มภูมิต้านทานให้ร่างกาย ป้องกันโรคภูมิแพ้ แก้อาการหอบหืดและอาการแพ้ต่างๆได้ดี ฉะนั้นอย่างลืมใช้หอมหัวใหญ่ปรุงเมนูเด็ดของคุณ


2. กระเทียมสด ในกระเทียมสดประกอบด้วยสารทรงคุณค่า 2 ชนิดคือ อัลลิซินและไดอะลิศ ซึ่งทำหน้าที่ลดคลอเลสเตอรอลซึ่งเป็นสาเหุตของโรคหลอดเลือดสมองและหัวใจ ช่วยลดความดันโลหิตและป้องกันเลือดจับตัวเปนก้อน ดังนั้นเพื่อสุขภาพที่ดี รับประทานกระเทียมวันละ 2 กลีบเป็นประจำ
1. ซอสมะเขือเทศ อาหารของชาวอิตาเลียนจะมีซอสมะเขือเทศเปนเครื่องปรุงหลักและพบว่าชาวอิตาเลียนเสียชีวิตด้วยโรคหัวใจน้อยกว่าชาติอื่นหลายเท่า เพราะในซอสมะเขือเทศ อุดมไปด้วยสารไลโคปิน ซึ่งมีอยู่ในมะเขือเทศและเมื่อผ่านกระบวนการทำเป็นซอสจะเพิ่มปริมาณขึ้นอีก 5 เท่า และสารไลโคปินนี้มีสรรพคุณป้องกันโรคหัวใจและชะลอการเสื่อมของเซลล์ ดังนั้นถ้าคุณรับประทานซอสมะเขือเทศ 2 ถ้วยต่อสัปดาห์ โรคหัวใจก็จะห่างไกลคุณแถมด้วยผิวพรรณสดใสอ่อนเยาว์อีกด้วย